อันมาก สมเด็จพระอินทราชาธิราชต้องกระสุนปืนที่พระภักตร์ขับ ช้างที่นั่งหนีไป แลในคืนวันนั้นเปนเดือนแรมมืดนักกองทัพหมื่น เมืองด้งกับกองหมื่นเด็กชายหลงรบพุ่งกันเอง ต่อรุ่งแจ้งกองหมื่นด้งกองพระยาสองแคว จึงได้ไล่ติดตามทัพไทยไปจนใกล้กองทัพหลวง สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ๆ ก็ให้เลิกถอยกองทัพกลับไป เมื่อนั้นเจ้าพ่อท้าวบุญเรืองกับพระยาแจ้สัก เข้าไปทูลพระเปนเจ้าติโลกราช จะขอเอาช้างพลายเก้าเท้า กับพลายปานชมพูไปไล่เอากองทัพไทย พระเปนเจ้าติโลกราชตรัสห้ามไว้ ฝ่ายหมื่นด้งเมื่อไล่ทัพไทยไป ใกล้จะถึงทัพหลวงสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ หมื่นด้งจึงให้ราย พลเข้าซุ่มอยู่ในป่าตีฆ้องกลอง โห่ร้องกระทำให้ข้าศึกเห็นเปนมีรี้พล มาก ครั้นทัพไทยล่าเลิกจึงได้ยกติดตามไปถึงเขาพึง ไม่ทัน แล้วก็กลับมา ฝ่ายกองทัพไทยก็ไปตั้งอยู่ณเมืองสองแคว ใน เดือนสี่ปีเถาะนั้นพระเปนเจ้าติโลกราช ยกทัพหลวงไปล้อมเมือง สองแควไว้ ครั้งนั้นขุนเพ็ชร์กับขุนรามรับอาสาสมเด็จพระบรมไตร โลกนารถ ออกฝ่าฟันทัพลาวที่ล้อมเมืองสองแควนั้น ในเวลาเที่ยง คืนนำทัพหลวงออกจากที่ล้อมได้ ไปตั้งริมน้ำแม่ราชธานี (น้ำยม) เจ้าพระยาติโลกราชก็เลิกทัพกลับคืนพระนครพิงค์เชียงใหม่ พระ ราชทานบำเหน็จรางวัลแก่นายทัพนายกองตามสมควรแก่ความชอบส่วนพระยาสองแควนั้น พระเจ้าเชียงใหม่พระราชทานเมืองงาวเมืองแพร่แลแคว้นกาวน่านให้เปนบำเหน็จ ซึ่งได้ชนช้างชนะสมเด็จพระ
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๕) - ๒๔๖๐ reorganised.pdf/192
หน้าตา