ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๕) - ๒๔๖๐ reorganised.pdf/206

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๙๓

เดือนเจ็ดขึ้นหกค่ำยามใกล้รุ่งแผ่นดินไหวหนัก พระเจดีย์วิหาร หักพังทลาย ๔ ตำบล แผ่นดินไหวอยู่ในเดือนนั้นทั้งเดือน ครั้นต่อ มาถึงเดือนเก้าแรมสี่ค่ำ แผ่นดินไหวหนักอีกครั้งหนึ่ง ลุศักราช ๑๐๗๙ ปีรกานพศก น้ำแม่โขงนองหนักท่วมเมืองเชียงแสนฦก ๓ ศอก วัดต้นตอวัดต้นแก้ว วัดบุญยืน วัดพระบวช ยุบจมลงทั้ง ๔ วัด ศักราชได้ ๒๐๘๐ เดือนเจ็ดขึ้น ห้าค่ำ มีเงือกรุ้งออกสอดเกี่ยวพัน ๔ ตัว เปนอัศจรรย์ยิ่งนัก ลุศักราฃ ๑๐๘๙ ชาวเชียงใหม่เปนขบถ มีเทพสิงห์ชาวเมืองยองเปนหัวน่า ยกเข้าปล้นเมืองเชียงใหม่ จับตัว โป่มังแรนร่าฆ่าเสีย บรรดาพม่ามอญขึ้นอยู่ในเมืองเชียงใหม่แตก หนีขึ้นมาเมืองเชียงแสน กองทัพชาวเชียงใหม่มีกำลัง ๗๐๐๐ คน ยกเข้ามาล้อมเมืองเชียงแสนตั้งแต่วันเดือนสี่ขึ้นห้าค่ำ ถึงเดือนห้าแรม ค่ำหนึ่ง เมี้ยวหวุ่นจักกายพม่าก็แตกหนีละเมืองเมืองเชียงแสน เสียครั้งนั้นพระยาหางวังตื่นมีกำลัง ๔๐๐ คนออกต่อรบทัพชาวเชียง ใหม่ยามใกล้รุ่ง กองทัพเชียงใหม่แตกไป ได้เครื่องสรรพาวุธ แลช้างพลาย ๖ ช้าง กับเชลยชาวเชียงใหม่เปนอันมาก ก็ส่งไป ถวายพระเจ้าอังวะ ๆ โปรดให้พระยาหางวังตื่นเปนพระยาครองเมืองเชียงแสน

ฝ่ายทางเมืองเชียงใหม่นั้น เทพสิงห์ขึ้นนั้งเมืองอยู่ได้ ประมาณเดือนหนึ่ง มีหนังสืออาญาประกาศแก่แคว้นแขวงทั้งปวง