ดูกรเจ้ากุมาร ท่านนี้เป็นลูกท่านพระยากษัตริย์ หรือว่าเป็นเศรษฐี และคหบดีกฎุมพีและพ่อค้าอั้นซา[1] ลุกบ้านใดเมืองใดมาซา เจ้ากุมารมานี้ประโยชน์อันใดซาว่าอั้น เจ้าสิงหนวติกุมารกล่าว่า พราหมณ ดูกรท่านพราหมณ์ เรานี้ก็เป็นลูกมหากษัตริย์ตนชื่อว่า เทวกลาล อัน เป็นเจ้าเมืองราชคฤห์หลวงโพ้นแล เรานี้มาเพื่อจักแสวงหาที่สร้าง แปลงเมืองอยู่แดว่าอั้น เมื่อนั้นนาคพราหมณ์ผู้นั้นกล่าวดีแท้แล ท่าน จุ่งตั้งอยู่สถานที่นี้ให้เป็นบ้านเมืองอยู่เทื้อะ จักวุฒจำเริญดีบรมวน ด้วยเข้าของสมบัติสะแด[2] ประการหนึ่งเล่า ซ้ำเศิกทั้งหลายเป็นต้นว่าเศิกมหานครเมืองใหญ่ทั้งหลายจักมารบก็เป็นอันยาก เหตุนั้นน้ำแม่ใหญ่ทั้งหลายสะเภาโลกาก็มาบ่รอดและว่าอั้นแล้ว[3] เท่าว่าให้มีศักดิ์ มีใจรักยังคนแดสัตว์ทั้งหลายเทอะว่าอั้น เมื่อนั้นเจ้าสิงหนติกุมารจึ่งกล่าวว่า ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านนี้อยู่ฐานะที่ใดอยู่บ้านใดเมืองใด ท่านมีชื่อลือชาประการใด นาคพราหมณ์กล่าวว่า ข้านี้มีชื่อว่าพันธุ พราหมณ์อยู่รักษาประเทศที่นี้แต่เช่น[4]ตระกูลเค้ามาแล ท่านจุ่งใช้ สัปปุริสบ่าวเพื่อไปทวย[5]ดูที่อยู่แห่งข้าเทื้อะ ว่าอั้นแล้ว ก็ลาออกจากหนีไปแด สิงหนวติกุมารก็ใช้บ่าวเพื่อน[6]ไปด้วยดูเจ็ดคนแล ครั้นว่าทวยไผหนหรดีไกลประมาณพันวาแล้ว ก็ลวด[7]กลับหายไปเสียแล เมื่อนั้นคนใช้หัน[8] เป็นสันนั้นแล้ว เขาก็กลับคืนมาบอกแก่เจ้าแห่งเขา ตาม
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/103
หน้าตา