ตกแม่คงเป็นแดน ก็เป็นอาณาเขตต์แห่งท่านทั้งสิ้น เมืองโยนกนคร ไชยบุรีศรีช้างแสนที่นี้ปรากฎเป็นราชธานีอันใหญ่แล
ครั้งนั้นโบราณศักราชเก่าได้ ๑๔๘ ตัวบ่เสมอแล พระยาอชาตศัตรูก็พร้อมกันกับด้วยมหากัสสปเถรเจ้าตัดเสียแล้ว และตั้งมหาศักราช ใหม่ไว้ตัวหนึ่งในปีเมิงเม็ด เดือน ๕ เพ็ญแล ยามนั้นมหากัสสปเถรเจ้าก็มาคิดในใจว่า อายุปูนนี้ก็ได้ ๑๒๐ เต็มบริบูรณ์แล้ว ในเดือน ๖ เพ็ญนี้กูจักเข้าสู่นิพพานแล พระมหาเถรเจ้าก็เอาธาตุดูกด้ามมีด[1]ก้ำซ้ายแห่งพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง กับธาตุเจ้าทั้งหลายสามสถานคือมหันตามัชฌิมาขุททกาทั้งปวง ๕๐๐ พระองค์ ใส่ลงในพระโกศแก้วพระธรรมราชแล้ว ก็พาอรหันตาทั้งหลาย ๕๐๐ พระองค์ แล้วก็ยกเอามหาธาตุเจ้าสยอง[2] มาด้วยลวง[3] อากาศแล้ว ก็มาสู่เมืองโยนกนครช้างแสนแล้ว ก็เมตตาพระยาอชุตราชตนเป็นเจ้าแก่เมืองโยนกนครช้างแสนแล้ว ก็บอกยังนิทานอันพระพุทธเจ้าทำนายไว้นั้นให้พระยารู้ ๖ ประการ เมื่อนั้นพระยาอชุตราชกษัตริย์เจ้าก็มีใจชมชื่นยินดีบังเกิดศรัทธาแล้ว ก็ให้หาช่างเครื่องทั้งหลายมากระทำพระโกศเงิน พระโกศทอง รับซ้อนเอาพระโกศแก้วธรรมราชนั้นแล้ว ก็บูชาด้วยข้าวตอกดอกไม้เงินดอกไม้ทอง ช่อธงฉัตรจ้อง[4] ปกกางบูชามากนักแล้ว ก็เอาเสนาสกลโยธา แห่แหนยังพระบรมธาตุเจ้า ออกจากเวียงโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรี ช้างแสนที่นี้ ก็หามมหาธาตุเจ้าขึ้นไปสู่จอมดอยตายสี คือดอยดินแดง