ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/141

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๙๖

ป้าเขาก็ถามป้าว่า ดูกรป้าชาวเวียงที่นี้พากันเอาสิ่งใดบริโภคดูหอมยิ่ง นักทั่วทั้งเวียงนี้จา ป้าก็บอกเขาว่าชาวเมืองทั้งหลายได้ปลาตะเพียนเผือกใหญ่ตัวหนึ่งมาแบ่งกันกินทั่วทั้งเวียง ว่าดั่งนั้นมาณพผู้นั้นก็ถามว่า ป้า ยังได้กินกับเขาหรือว่ามิได้กินนั้นจา ป้าก็กล่าวว่า ป้านี้คนเฒ่าคนแก่ เป็นแม่ร้างแม่หม้าย บ่มีลูกมีหลานผู้ใดใครเขาจะให้ป้ากินหลานเอ๋ย มาณพนั้นกล่าวแก่ป้าว่า ป้ามิได้กินก็ดีแล้ว ป้าอย่าได้อยากกินกับเขา เทอญว่าดั่งนั้นแล้ว ประมาณครู่หนึ่งมาณพก็กล่าวว่า ข้าจักไปเที่ยวสัก ครู่หนึ่ง พอมาณพผู้นั้นจะไปก็กล่าวสั่งกับยายแม่หม้ายว่า ถ้าหากหลาน ไปแล้วมีเหตุการณ์สิ่งใดบังเกิดขึ้นก็ดี ถ้ามิได้เห็นหน้าหลานอย่าได้ลง เรือนไปแห่งใด ว่าดั่งนั้นแล้วก็หนีไป แล้วป้านี้ก็เข้าไปนอนอยู่ประมาณครู่หนึ่ง แล้วก็ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นดั่งเรือนหล่มลงไปเป็นที่กลัวยิ่งนัก ก็ลุกจากที่นอนขึ้นแล้วก็มาคิดแต่ในใจถึงคำซึ่งมาณพผู้นั้นสั่งไว้ ก็กลับเข้านอนเสียดั่งเก่า เสียงอันนั้นก็ดังไปถึงกลางคืนค่ำเช้า ดังมาถึงสองทีป้าก็ลุกออกไปดูถึงประตูเรือน ก็คิดถึงคำหลานผู้นั้นอีกครั้งหนึ่ง ก็กลับเข้ามานอนเป็นคำรบสองเสียงอันนั้นก็ดังไป ๆ จวนถึง ย่ำรุ่งยิ่งดังกว่าแต่เก่าก่อน ป้าก็ยิ่งกลัวหนักขึ้น ก็ลุกออกไปถึงหัวบันได ก็มองไปทางทิศใต้ทิศเหนือก็เห็นแต่น้ำท่วมไปตลอดทั้งเวียง ขุนพันนา และนายบ้านทั้งหลายก็ถามว่าปลาตะเพียนเผือกตัวนั้นโตประมาณเท่าใดจา ย่าเฒ่าแก่ก็กล่าวว่าเท่าใดก็มิได้เห็นปลานั้น แต่ว่าเขาทั้งหลายได้ลากเอาปลาตัวนั้นมาพอเป็นทางน้ำว่าดั่งนั้น ที่นั้นก็ได้ชื่อว่าแม่น้ำลาก