พรานป่าผู้นั้นว่า ป่าที่นี้ช้างป่าทั้งหลายหรือไม่มี พรานป่าผู้นั้นกล่าวว่า แคว้นนี้ช้างป่าบ่มีแท้แล ว่าดั่งนั้นแล้ว ที่นั้นจึ่งเรียกว่าร้อยเต่าแต่นั้นมา แล ฝ่ายควานช้างคนนั้นก็กลับคืนมา พอมาถึงที่รอยช้างหลวงนั้นมันก็ บ่เห็นยังรอยช้างหลวง ก็เท่ามาเห็นรอยช้างมันดั่งเก่า มันก็ได้ช้างแห่งมัน แล้วมันก็มาถึงสำนักพระยาเจ้าแล้วก็เข้าไปไหว้สาพระยาเจ้าตามดั่งมัน ได้เห็นนั้นทุกประการ ในกาลนั้นพระยาลวะจังกราชเจ้า ก็มีอาชญาให้ไป สร้างเวียงที่รอยช้างหลวงนั้นลูกหนึ่งแล้ว ก็ใส่ชื่อเวียงนั้นว่าเวียงเชียง รอย ที่พรานป่าร้อยเต่าหาบมานั้นก็ให้ไปตั้งบ้านที่นั้นบ้านหนึ่ง ให้ชื่อว่า บ้านร้อยเต่านั้นแล ครั้นต่อมาภายหลังเชียงรอยนั้นก็กลับหายไป เรียกชื่อว่าเชียงรายต่อมาถึงกาลบัดนี้ เหตุว่าพระพุทธเจ้ายังธรมานอยู่ วันนั้นมาทำนายชีร้ายนั้น เหตุอันนั้นจึ่งได้ชื่อว่าเชียงรายด้วยเหตุอันนั้นแล ที่ร้อย เต่านั้นก็กลายไปว่าเชียงของด้วยเหตุอันนั้น ส่วนว่าพระยาลวะจังกราช เจ้าท่านก็อยู่เวียงเงินยางบุรีเชียงแสนแล ที่ร้อยเต่านั้นก็กลายไปว่าเชียง ของด้วยเหตุอันนั้น ส่วนว่าพระยาลวะจังกราชเจ้าท่านก็อยู่เวียงเงินยาง บุรีเชียงแสนและเมืองขวางเชียงร้อยทั้งสามเวียงนั้นแล ท่านก็มีราชบุตร ๓ คน และคนผู้พี่ชื่อว่าลาวกอ ผู้กลางชื่อว่าลาวเกือ ผู้น้องช้อยชื่อว่า ลาวเก้านั้นแล ในกาลนั้นยังมีขา[1]เจ้าพี่น้องก็ชวนกันไปแอ่ว ที่สบห้วย ตมไหลมาต่อน้ำแม่น้ำของที่นั้น ก็เห็นยังปูหลวงตัวหนึ่งใหญ่เท่าเยีย[2]เข้า ขาเจ้าก็ไล่จับเอา ปูตัวนั้นก็พ่ายเข้ารูดินอันหนึ่งไปนั้นแล ขาสองคนผู้พี่
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/150
หน้าตา