นางหากเนรมิตมาจุ[1]เอานั้น ลูกน้องก็บ่ทันแล ส่วนพระยาขุนเทืองครั้นไปถึงยังวิมานแห่งนางนั้นแล้ว ก็ขึ้นไปผ่อดูก็เห็นยังนางอยู่ในที่นั้น ฝ่ายนางครั้นได้เห็นยังพระยาขุนเทือง แล้วก็เข้าสวมกอดเอาไว้เป็นผัวดั่งเก่านั้นแลพระยาขุนเทืองอยู่กับด้วยนางเป็นอันนานนัก หมู่บริวารทั้งหลาย ก็พากันเสาะหาก็บ่พบ ก็ฟังฟ้าว[2]พากันพ่ายหนีมายังบ้านเมืองแห่งตนนั้น แล ส่วนนางนั้นก็ใคร่เล่นตามภาษาผีเสื้อแห่งนางนั้น นางก็ขอเอาผ้ามากั้งแวดพระยาแล้ว ยิบ[3]ติดพื้นปราสาทไว้แล้วก็พากันเล่นมะโหรสพตามต้นไม้ที่นั้น ครั้งนั้นพระยาก็เอามีดน้อยยังขันหมาก[4]มาแทงผ้ากั้งแล้วผ่อคอยดู ก็เห็นเป็นวอก[5]ก็มี บ้างเป็นงูเหลือมลายเต็มป่าแล ในกาลนั้นพระยาก็ยิ่งหน่ายนักนั้นแล ครั้นนางเห็นคลายแล้วก็มาเห็นรอยพะยาแทงผ้ากั้งนั้น นางก็ถามพระยาว่ามหาราชเจ้าเห็นแล้วยินหน่ายนักแลนอ ฝ่ายพระยาขุนเทืองก็กล่าวว่าเอาหน่ายนัก และว่าดั่งนั้นแล้วนางก็เอามือเตก[6] ท้องแล้วก็เอาแท่งชิ้นอันหนึ่งออก งามเป็นดั่งแท่ง คำนั้น ก็เอาตอง[7]ทึงห่อแล้วก็เอาน้ำนมใส่บอกไม้อ้อสามบอก ก็เอาให้พระยาแล้วกล่าวว่าเจ้าจึ่งเอาห่ออันนี้เมื้อรักษาไว้ ตั้งแต่วันนี้ไปได้สามเดือนแล้วให้ไข[8]ห่อดู ครั้นเห็นเป็นเด็กน้อยดั่งนั้นจงเอาบอกน้ำไม้อ้อนี้ให้กินแลเทื่อ[9]และน้อยและเดือนและบอกเทอญ ครั้นสิ้นแล้วยังให้อยู่ดั่งนั้น ให้คนเอาไปไว้ตีนป่าแพะเทอญ ว่าดั่งนั้นแล้ว ในที่นั้นก็
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/156
หน้าตา