ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/157

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๑๒

บังเกิดขึ้นมีป่าทึงขึ้น พระยาก็เอาห่อนั้นแล้วก็กลับมาสู่เมืองแห่งตนนั้นแล ครั้นกลับถึงก็เอาห่อนั้นให้คนรักษาไว้พอถึงกำหนดสามเดือนแล้ว ก็ไขผ่อดูก็เห็นเป็นกุมารน้อยงามยิ่งนัก พระยาก็ให้คนเอาไปช่วย[1]เสียแล้วก็เอาผ้ามาห่อพกไว้ ครั้นร้องไห้เมื่อใดก็เอาน้ำบอกไม้อ้อนั้นให้กิน พอถึงกำหนดสามเดือนก็เลี้ยงทั้งสามบอกไม้อ้อนั้น กุมารนั้นก็ยังร้องไห้อยู่พระยาก็ให้คนเอาไปนอนไว้ริบ[2]ป่าพุ้นแล้ว ยังมีฟานคำ[3]ตัวหนึ่งมาให้กิน นมคู่เทื่อ ๆ แล กุมารผู้นั้นก็ขึ้นใหญ่มา พระยาตนพ่อและเสนาคนใช้ ทั้งหลายก็พร้อมกันใส่ชื่อว่าขุนทึง เอายังนิมิตต์ตองทึงห่อมานั้นแล

แต่นั้นไปพระยาก็ยินหน่ายนางแอกไค่นั้นนัก พระยาก็หานางเมืองคนเรานี้เป็นมเหสีแล้ว ก็มีลูกด้วยกันผู้หนึ่งใส่ชื่อว่าขุนแลงกวานั้นแล ครั้นขุนทึงใหญ่มาได้ ๑๖ ปี พระยาตนพ่อก็อุภิเศกชื่อว่า พระยาขุนทึง แล้วก็ขอยังลูกอาว์[4]ให้เป็นเมีย นางนั้นมีนามชื่อว่านางศรีสุภานั้นแล ในกาลนั้นพระยาขุนเทืองตนพ่อกินเมืองได้ ๑๖ ปี ก็ตายในปีเบิกสะง้า ศักราชได้ ๔๔๐ ตัว อายุได้ ๖๐ ปีแล ขุนทึงเป็นพระยาแทนพ่อ ก็ประ สงค์ไปไล่เนื้อเถื่อนกวางฟาน ก็ยิงได้กวางคำตัวหนึ่งถูกแล้วบ่ตาย ก็ ทวย[5]รอยกวางไปทางทุ่งดอยทุงแคมเมืองเงินยางแห่งตนทางตะวันตกนั้นแล ในกาลนั้นนางแอกไค่ผู้เป็นมารดาก็ยังอยู่วิมานคำอันนั้น ครั้นนางได้เห็นยังลูกแห่งตนก็มีความยินดียิ่งนัก แล้วก็เรียกเอายังพระยาขุนทึงตนลูกขึ้นเมือสู่วิมานคำ แล้วก็ปราศรัยกับด้วยพระยาตนลูกแล้วก็พา

  1. ชำระ, ล้าง
  2. ริม
  3. อีเก้ง
  4. น้องชายของพ่อ
  5. ติดตาม