เป็นลูกเจ้าเชียงเรืองนั้นมี ๒ คน หาท้าวพระยาบ่ได้เท่าเว้นไว้แต่เจ้าตนบุญใหญ่มหานครจึ่งจักรทรงได้แล ครั้งนั้นท้าวพระยาสามนตราชทั้งหลาย เป็นต้นว่าเมืองโกสัมพี กลึงคราช สาวัตถี หงสาวดี อโยธยา ต่างตนก็ต่างห้าง[1]มีรี้พลมากหลาย ว่าจักยกพลมาชิงเอายังนางทั้งสอง นั้นทุกหัวเมือง ฝ่ายพระยาจันทบุรีกับพระยาแกวหลวงตนพี่ ก็พูดว่าสองราพี่น้องจักไปเอานางทิพย์มาคนละนางเทอญ ว่าดังนั้นแล้ว ก็ห้างยังหมู่รี้พลเป็นอันมากนัก ท้าวพระยาหนใต้และตะวันตก ต่างตนก็ว่าต่างคัดหาญนัก มารบแกวและลาวลานช้างบ่แพ้ เขาก็ว่าจักรบด้วยหมู่ บ่แพ้[2]ตูแลเหตุว่าหมู่ตูหลายนักมาชนช้างต่อกันเทอญ ก็หาไถจับชนช้างต่อแกวบ่ได้ แกวก็ว่าวันพรุกนี้ ตูจักเข้าเอานางทิพย์ในเวียงเงินยางเชียงแสนนั้นแล ครั้งนั้นพระยาลาวชินเจ้าตนพ่อแห่งนางทั้งสองก็ใช้ให้อำ มาตย์ ไปหาเจ้าทั้งสองพี่น้องยังเวียงเชียงเรืองและเวียงฝาง ให้เอา รี้พลยกมาช่วยทั้งสองเมือง ตนน้องทั้งสองเมืองมาไป่ทันถึง พระยา อ้ายเจืองตนพี่จึ่งเอาคนชาวเชียงเหรัญญเงินยางและเวียงเชียงเรืองได้พร้อมแล้ว ก็ขี่ช้างออกชนช้างแกวบ่แพ้แกว เสียแกวฟันตายกับหัว ช้างนั้นแล ครั้งนั้นเจ้าอุปราชาขุนเจืองตนน้องลุกเมืองฝางมาถึงแล้ว ก็ขึ้นขี่ช้างชะพานคำไสช้างเข้าต่อ พระยาจันทบุรีก็ไสช้างตัวชื่อว่าสุรสงครามเข้าต่ออุปราชาเจ้าขุนเจืองเคียดนัก ก็จึ่งเอาง้าวช้างฟันหัวพระ ยาเวียงจันทน์ตายกับหัวช้างนั้นแล ฝ่ายพระยาแกวเป็นพี่นั้นจึ่งกล่าวว่า
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/162
หน้าตา