ก็กระทำการอุภิเษกอีกครั้งหนึ่ง จึ่งได้ชื่อว่าพระยาเจืองฟ้าธรรมิกราชาแล้ว ก็ปก[1]หออุทุม[2]พลขึ้นสูงร้อยศอกก่อนแล้ว ฝ่ายพระยาอ้ายเจืองตนพี่ท่านก็เสวยเมืองเชียงเรืองแทนพ่อนั้นได้ ๗ ปีตาย พระยาแกวฆ่ากับหลังช้างเสียในปีกดสัน ศักราชได้ ๔๘๓ ตัว อายุได้ ๑๙ ปี พระยาลาวชินตนลุงอันเป็นพ่อแห่งนางอามแพงจันทน์ผงและนางโอคาแพงเมืองนั้น เสวยเมืองเงินยางได้ ๒๗ ปีแล้วตายในปีลวงเล้า ศักราชได้ ๔๘๔ ตัว อายุได้ ๗๐ ปีแล
แต่นั้นมาพระยาเจืองฟ้าธรรมิกราชาก็อยู่เสวยราชสมบัติในเมืองเหรัญญนครไชยบุรีเงินยางเชียงแสนที่นั้น ครั้นต่อมาพระยาหลุ่มฟ้าเก้าพิมาน เมืองวิเทหราช กับพระยาจุฬณีสองตนพี่น้อง ก็เอาหมู่รี้พลล่องมาว่าจักมาชิงเอานางและตนและนางนั้น ครั้นมาถึงกลางทางก็รู้ข่าวว่าบรรดาหัวเมืองทั้งหลายที่ยกพลมาชิงเอานางนั้น พระยาเจืองแพ้แล้วได้นางทั้งสองมาเป็นมเหสี ตนก็มีความกลัวเดชอำนาจนั้นมากนักก็พร้อมกันแต่งเครื่องบรรณาการแลอย่าง[3]แล ๑๐๘ ทั้งสองตนพี่น้องคือว่าหอยสังข์เงิน หอยสังข์คำ หอยสังข์ปกติ อ่างเงินอ่างทอง หอก็มาตื่มขึ้น[4]แถม ๑๐ ศอกสองเทือง เป็น ๑๒๐ ศอกแล้ว ก็อุภิเษกเรียกชื่อว่าไชยนารายน์สธรรมิกราชนั้นแล ตามออกมาสผาเง้านั้น ๑๒ ศอก มี ๒ ทีเป็น ๑๒๔ ศอกนั้นแล แต่นั้นมาฮ่อและแกวฝ่ายตะวันออกฝ่ายเหนือก็ได้ส่วยแต่นั้นมาแล โกสัมพี, กลิงคราช, และหงสาวดี