ผู้พี่เค้าอันเป็นลูกนางอามแพงจันทน์ผงนั้น ให้เป็นเจ้าเวียงเงินยางและไชยนครกับบ้านเมืองทั้งมวลแล้ว ก็แต่งลาวเจืองผู้กลางนั้นกับบริวารพันหนึ่งแล้ว ให้ไปกินเมืองแกวหลวง ก็ปกหอสูงยังที่ดอยภูเหมือด เมืองแกวสูงร้อยศอกแล้ว ก็อุภิเษกให้เป็นเจ้าแก่เมืองแกวทั้งมวล ก็แต่งลาวพาวผู้น้องช้อยนั้นกับบริวารร้อยหนึ่งให้ไปกินเมืองจันทบุรีให้เป็นเจ้าแก่จักรวา[1]ทั้งมวล แล้วแต่งให้ลูกนางโอคำแพงเมือง ผู้พี่ ชื่อว่าขุนคำร้อยนั้นให้ไปกินเมืองไชยนารายน์เมืองมูลแล ให้ใจรู้คน ภายตะวันออกล่องใต้ แล้วก็แต่งให้เจ้าสร้อยเมียผู้น้องนั้น เป็นอุปราชาให้อยู่เวียงเชียงเรืองแลให้ใจ้รู้คนภายตะวันตกทั้งมวลแล แล้วก็เป่า เอารี้พลคนหาญทั้งหลายได้เก้าล้านเก้าแสนแล้ว ก็เสด็จออกจากเวียงเหรัญญนครเงินยางไปหนตะวันออก ออกไปไกลนักก็ไปถึงเมืองแมน ตาตอกขอกฟ้าตายืนแท้ ในกาลนั้นพระยาธรรมิกราชท่านก็เห็นยังเมืองอันนั้น มีหินผามากนักเป็นหินชา[2]ผาคมทางอันจักเข้าหาเวียงนั้น ก็มีทางเดียวที่จะเข้าก็เป็นอันลำบากยิ่งนัก เวียงเพื่อนก็สูงนัก บ่อาจ จักแพ้เพื่อนได้ อนึ่งช้างก็เท่าเลยแรงตัวก็เฒ่าเสียแล้ว ก็จึงจัดแก้ เสื้อผ้าคาดหัวในอูกคำแล้ว ก็ใช้ให้อำมาตย์ผู้หนึ่งนำเอาคืนมาให้แก่ลูกและเมีย ว่าให้ดมเสื้อผ้านี้ต่างตนเราเทอญ ฝ่ายนางเทวีอยู่ภายหลังพระยาเจ้าก็มีเหตุลางใหญ่ ๑๐ ประการ คือ (๑) หูกเต้นลงร้านกลายเป็นควายชนกัน (๒) ถ้วยชามเต้นตำร้านเป็นปลาฝา,[3] (๓) เรือกลาย
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/166
หน้าตา