เจ้ามังรายตนลูกก็แต่งมหาปราสาทส่งสักการพ่อแห่งตนเสร็จบริ บูรณ์แล้ว ก็เรียกร้องเอาราชเศวตฉัตรและเสนาอำมาตย์ประชานรราษฎร์ และราชสมบัติในเวียงเงินยางเชียงแสนทั้งมวลมาแล้ว ก็อยู่เสวยราชสมบัติเป็นเอกราชอยู่ยังเวียงเชียงรายที่นั้นแทนพ่อตนแล้ว ก็ บ่คืนเมื้ออยู่เวียงยางแถม[1] ก็อยู่ยังเมืองเชียงรายที่นั้น พระเจ้ามัง รายราชเจ้าได้เป็นเอกราชแทนพ่อแล้ว ก็มีคำกิตติลือชาปรากฎมากนักพระยามังรายเจ้า ท่านก็หุ้ม[2]ไปไล่เนื้อ ยังมีในวันหนึ่ง ท้าวก็พาเอาบริวารแห่งตนไปไล่เนื้อ ก็ไปตีเหล่า[3]ทีหนึ่งแล
ที่นี้จักกิตตนาจาด้วยเขินก่อนแล ที่แท้มีในตำนานหลวงนั้นแล ที่นี้พอกิตตนาให้รู้ทีมังรายราชเจ้าจักได้ปราบนั้นแล ยามเมื่อศักราช ได้ ๒๒๕ ตัวเดือน ๔ ออกค่ำ ๑ วันนั้นยังมีฤาษีสี่ตนเป็นลูกพระยา วองตีฟางโพธิญาณนั้น ตนพี่นั้นชื่อว่าพาสุเทพแล ตนถ้วนสองชื่อว่า สุทันตะแล ตนถ้วนสามชื่อปพานแล ตนถ้วนสี่ชื่อว่าจันทสิกขตุครฤๅษีแล เขาเจ้าเกิดมาเป็นลูกพ่อเดียวกันคนละแม่แล ยามเมื่อเขาเจ้าจัก ลาพระยาตนพ่อไปกระทำสมณธรรมวันนั้น พระยาตนพ่อก็สั่งว่าเขาว่า ครั้นว่าเจ้าทั้งหลายเห็นที่ใดจักควรตั้งบ้านแปงเมืองดีนั้น ขอให้เจ้าลูก ทั้งหลายอย่าละพ่อเสีย จิ่มพ่อคิดให้เป็นเมือง จิ่มเทอญว่าดั่งนั้นแล้ว เขาก็พากันสยองไปด้วยลวงบนหนอากาศ ด้วยอิทธิฤทธิ์อานุภาพแห่งตนก็ไปหนใต้แล้วไปถึงด่าน[4]ป่าที่หนึ่งราบเพียงเรียงงาม ควรเป็นที่สนุกยิน