แท้ ฐานะที่นี้คนทั้งหลายจักมาสร้างบ้านแปงเมืองอยู่ที่นี้จักรุ่งเรืองมากนัก และจักเรียกว่าเชียงดาวแท้แล เหตุดั่งนั้นตูข้าทั้งสองอันเป็นพี่นี้ก็ จักอยู่กระทำสมณธรรมในที่นี้ เจ้าทั้งสองอันเป็นน้องจึ่งผัดเลียบไปหนเหนือนั้นเทอญ ภายหน้าหากจักเห็นเป็นฉันใด จึ่งสัญญากันให้รู้นั้นเทอญ ส่วนปพานฤๅษีและจันทสิกขตุงคฤๅษีก็สั่งอำลาพี่ทั้งสองแล้ว ก็เหินมาทางหนเหนือ มาเห็นหนองหลวงลูกหนึ่ง เจ้าฤๅษีทั้งสองก็เจรจากันว่าควรเรา[1]ทั้งสองพากันข่างหนองลูกนี้ให้แห้ง แล้วคืนเมื้อบอกให้เจ้าวองตีฟางตนเป็นพ่อราให้เอาไพร่พลทั้งหลายมาตั้งแต่ให้เป็นบ้านเมืองดีแล ปพานฤาษีก็เอาไม้เท้าอันประดับด้วยแก้วปัดหลอด[2]นั้นมาขีดภายทางใต้นั้น พอน้ำไหลซึมแต่เล็กน้อยคนก็เรียกว่าดอยสันซึมแต่นั้นมาแล ฤๅษีทั้งสองก็ผัดไปตะวันตกเกี้ยวไปหนเหนือ แล้วจันทสิกขตุงคฤๅษีก็เอาไม้เท้าตั้งสัตยาธิษฐานว่า ขอให้น้ำแห้งเขินหนองให้พ่อข้าชื่อว่าพระยาวองโพธิญาณนั้น ได้ตั้งให้เป็นลูกช้างห้างเมืองแค่เทอญ ขอเทพยดาเจ้าทั้งหลายจงมาค้ำชูข้าข่างให้ลุไหลไปหนเหนือนั้นแลว่าดั่งนั้นแล้วก็เอาไม้เท้าไม้จันทน์ขีดทางหนเหนือนั้น น้ำก็ไหลลงไปเขินฝั่งริมนั้นแล คนทั้งหลายจึ่งเรียกว่าถ้ำปูเข้าแต่นั้นมาแล ส่วนฤๅษีทั้งสองก็ไปเลียบคอยดูที่น้ำหนองอันแห้งเขินนั้นทุกแห่งแล้ว ก็มาถึงปากถ้ำที่ปูเข้านั้นแล้วก็ยั้งอยู่ปากถ้ำที่นั้น ครั้งนั้นปูตัวนั้นก็เนรมิตเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง แล้วก็เข้ามาไหว้ยังเจ้าฤาษีทั้งสองว่า เจ้ากูมาข่างหนอง
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/172
หน้าตา