ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/183

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๓๘

สามบ่อเป็นสังง่าย ก็ให้ตั้งเวียงที่จอมตุงค์นั้นแท้ ในปีกาเม้าศักราช ได้ ๖๒๔ ตัว เดือน ๗ เพ็ญเมงวันอาทิตย์ไทยเตายี่ยามตูดซ้ายฤกษ์ได้ ๑๖ ตัวชื่อวิสาขาและชาตาเมือง ๑๔ อยู่พฤษภ ๗ อยู่เมถุน ๓ อยู่สิงห์ ๙ อยู่กันย์ ๒๕ อยู่ดุล ๘ อยู่มังกรแล สร้างเวียงเลี้ยงคนสิ้นควาย ๑๗ ตัว ม้า ๓ ตัว ข้าวสาร ๓ ร้าน เกลือ ๓ แสน หมาก ๕ แสน สร้างได้ ๖ เดือนปลายเก้าวันสำเร็จบริบูรณ์ คือ หอหิ้งหอเรือแล้วทุกอันจึ่งเรียกชื่อว่าเชียงตุงคบุรี เป็นคำไทยว่าเวียงเชียงตุงแล ด้วยคติสามประการ คือ ประการที่ ๑ ชื่อกับด้อยหนองตุงอันมีในเวียง ประการที่ ๒ ชื่อเชียงกับอุตรพราหมณ์และมางทั้งสองลูกดอยธุงเชียงแสนไปสร้าง ประการ ที่ ๓ ชื่อกับตุงคฤๅษีมาข่างหนองไว้ให้เป็นเมืองแล หัวที่ชื่อว่าเมืองเขินตั้งแต่นั้นเจ้าฤๅษีมาข่างหนองให้แห้งรอดไหนว่าเขินนั้นแล ก็ให้ชื่อเมืองเขินแต่นั้นมาแล อันชื่อว่าเมืองเขียมนั้นด้วยคติ ๓ ประการ คือ ประการที่ ๑ ชื่อกับอุตรพราหมณ์มากล่าวว่า "อิทํ รฎฐํ เขมํ สุภิกขํ" นั้น ประการที่ ๒ ชื่อกับนางเอื้อยเข็ม อามเข็มมาตายเสียในเมืองที่นั้นประการที่ ๓ ชื่อกับเขียมงอกออกมาเป็นต้นเป็นลำนั้น ด้วยเหตุคดี ๓ ประการนี้จึ่งได้ชื่อเมืองเข็มแล อนึ่งชื่อว่าเมืองขืนนั้น ด้วยคติ ๓ ประการ คือ ประการที่ ๑ ชื่อกับคำมังรายเจ้ามาเห็นหัวที่ว่าจักขึ้นเอาได้เสียจักพอสร้างบ้านสร้างเมืองแล ประการที่ ๒ ชื่อกับมางทั้งสองมาขืนกันรบหนีไปที่ข่างน้ำเยียะแท้จึ่งจักแพ้ จึ่งจักได้เมืองแล อนึ่งชื่อกับน้ำขืนที่นั้น แล ประการที่ ๓ ชื่อกับชาวบ้านไทยแต่เมืองขืน ด้วยเหตุนี้ จึ่งได้ชื่อว่า