มังรายเจ้าได้กินเมืองแทนพระยาตนพ่อแล้ว ท่านก็แต่งมางคุ้มมางเคียนให้ไปรบเมืองเขินแล้ว ส่วนตนท่านก็เอาหมู่รี้พลลงไปรบเอาเมืองเทิง ล่อเมืองพราน เมืองน่าน เมืองหลวงสิ่งเดียวแล บางครั้งก็ได้เมืองใหญ่ บางครั้งก็ได้แต่ลูกบ้านหางเมือง สองปีสามปีจึ่งได้เมืองเค้าก็มี ครั้น ได้ก็ฆ่าเจ้าเมืองเสียแล้ว ก็แต่งให้เสนาอำมาตย์ไปอยู่เฝ้าเมืองก็มี แต่งให้กินเมืองแทนก็มี แล้วก็แต่งคนมาเอาการภายเมืองเชียงรายสิ้นทุกเมือง ถึงว่าเมืองเขินก็ลงมารับราชการพร้อมในเมืองเชียงรายแล แม้ ว่าพระยางำเมืองผู้กินเมืองพะเยา พระยาสองตนนี้ ก็เป็นสหายกันแต่เช่นปู่มาตลอดถึงพระยามังรายนี้ก็เป็นสหายกันแล แม้ว่าพระยางำเมืองเมืองพะเยา ก็มาพร้อมกับด้วยพระยามังรายแล
พระยามังรายเจ้ามีลูก ๗ คน เป็นชาย ๖ เป็นหญิง ๑ ผู้ช้อย ตายไปเสียชายหนึ่ง ผู้เค้าชื่อขุนอ้ายเครือคำลก ขุนคามเอ็ด ขุนเครือพระยามังรายเจ้าแต่งให้อ้ายเครือคำลกไปกินเมืองฝางได้ ๒ ปี อ้าย เครือคำลกคิดคดต่อพระยามังรายผู้เป็นพ่อแล้วดั่งนั้น พระยามังรายก็แต่งให้พวกแม่นธนูไปยิงตายเสียในที่กวาวเมืองขวางนั้น ในที่นั้นก็ได้ ชื่อว่ากวาวเมืองยิงแต่นั้นมาแล ครั้งนั้นพระยามังรายเจ้าได้ทราบข่าวว่าเมืองลำพูนสนุกสนานมากนัก มีใจใคร่ได้ แต่บ่อาจจักไปรบพระยาบากับเวียงลำพูนเมืองพิงได้ ก็คิดอยู่แต่ในใจทุกวันทุกคืนมิได้ขาด วันหนึ่งจึ่งพูดกับอำมาตย์และไพร่ไทยทั้งหลายว่า ผู้ใดจักไปพร่องเอาได้ จาว่าดั่งนั้น ให้กาลนั้นหาอำมาตย์ผู้ใดจักรับอาสาก็บ่ได้แต่สักคนแล อยู่มา