ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/186

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๔๑

วันหนึ่ง มังรายเจ้าท่านก็เสด็จไปตั้งค่ายอยู่ถึงบ้านตีนดอยธุง ยังมีลวะ ผู้หนึ่งชื่อว่าอ้ายฟ้าเป็นลูกแคว้นมางธุง มันเป็นผู้ฉลาดรู้หลักนักปราชญ์ มันก็รู้ว่าพระยามังรายเจ้ามาตั้งค่ายอยู่ในที่ใกล้บ้าน มันก็ไปอัญเชิญมาสู่เรือนแห่งมัน ครั้นพระยามังรายได้ยินยังคำปากจาแห่งมันดั่งนั้น ก็มีความยินดียิ่งนัก ก็จึ่งให้มันพาเอาครัวลูกเมียแห่งมันลงมาปฏิบัติอยู่ในเวียง พระยามังรายเจ้าก็ตั้งชื่อว่าหมื่นฟ้า ครั้นอยู่นานได้ ๓ ปี พระยา มังรายเจ้าก็จากับด้วยหมื่นฟ้าว่า เราจักให้ท่านไปพร่องเอาเมืองพิงยังจักได้หรือบ่ได้นั้นจา ฝ่ายว่าหมื่นฟ้าก็ให้สาว่า ครั้นจักให้ข้าไปพร่อง เอาก็หากจักได้ แต่ว่าจักเนินนานสักหน่อยแล ส่วนพระยามังรายก็ว่า ดีแท้แล อ้ายหมื่นฟ้าก็ว่าครั้นมหาราชเจ้าจะให้ข้าไปแล้ว มหาราชเจ้า จงว่าข้านี้บ่บี ขับหนีแล้วริบเอาครัวลูกเมียข้านี้ไปไว้ยังเรือนหลวงเสียแล้ว ข้าก็จักหนีไปพึ่งพิงอยู่ยังพระยาลำพูน บอนแก่พระยาแล้ว ควร จักได้เมืองเมื่อใด ข้าเจ้าก็หากจักสัญญาใส่หนังสือมาไหว้สามหาราชเจ้านั้นแล ครั้นพระยามังรายเจ้าได้ทราบดั่งนั้นแล้ว ก็กระทำตามคำแห่งอ้ายหมื่นฟ้าทุกประการ มันก็หนีไปพึ่ง พระยายีบาในปีกาเม้า ศักราชได้ ๖๒๙ ตัว ครั้นไปถึงพระยายีบาแล้ว พระยายีบาก็ปราศัยทักถามอ้ายหมื่นฟ้าว่า ท่านมานี้เหตุการณ์มีอย่างใดจา ส่วนอ้ายหมื่นฟ้าก็ไหว้สาว่าข้าแต่มหาราชเจ้า พระยามังรายว่าข้าเจ้านี้บ่มีโทษขับหนีแล้วลากเอาลูกเมียข้าพเจ้าไปไว้ยังเรือนหลวงสิ้น ครั้นพระยายีบาได้ทราบเหตุดั่งนั้นก็หาได้พิจารณาต่อไปอีก จึ่งถามว่าแต่ก่อนท่านได้เคยปฏิบัติราชการ