แล้ว นิมิตต์พระยายีบาจักเสียเมืองนั้น เหตุพระยายีบาบ่มิได้พิจารณาฟังคำคนต่างประเทศอันเข้ามาอาศัยอยู่ใหม่ คือว่าหมื่นฟ้ามาริลองปอง เอาเงินให้ก็มีความยินดีกับด้วยมัน พาเสียบ้านเสียเมืองชาติเชื้อวงศาแห่งตนแล้ว ก็หนีไปหาพระยาเบิกตนเป็นน้อง อันอยู่เสวยเมืองละครลำปางนั้นแล
ทีนี้จักจาด้วยพระยามังรายเจ้า ท่านก็เสด็จออกมาจากเมือง เหรัญญนครเชียงแสนและเชียงรายเมืองฝางทั้งสามเมืองนั้นแล้ว ก็มาเสวยเมืองหริภุญไชยบุรีในปีเตาซง้า เดือน ๘ ออก ๔ ค่ำวันอาทิตย์ยามกลองงาย[1]ศักราชได้ ๖๔๒ ตัว ท่านก็อยู่เป็นเอกราชในเมืองหริภุญไชยที่นั้น ก็บ่คืนมาหาบ้านเมืองเก่าแห่งตนแล แต่นั้นมามหากษัตริย์เจ้าก็บ่อยู่ยังเมืองเชียงแสนเชียงราย ให้แต่ราชบุตรทั้งสองตนพี่น้องอยู่นั้น แล มังรายเจ้าท่านก็เสวยเมืองหริภุญไชยที่นั้น ส่วนพระยายีบาก็พ่ายไปหาพระยาเบิกตนน้องอันกินเมืองละครลำปางนั้น ก็ใช้ให้คนเมืองอโยธยาด่านใต้แล้ว ก็บอกกิจราชการอันเพื่อนได้เมืองนั้นแล้ว เจ้ามหามิตร เมืองอโยธยาท่านก็มีอาชญาป่าวเอาคนศึกได้สองแสนช้างม้าสองพัน มา ค้ำเมืองแพร่พระยาบอนตนเป็นลูกพระยายีบานั้น ก็ป่าวเอาคนศึกได้เจ็ดพัน เมืองละครได้คนหมื่นสองพัน กับคนตามพระยาแปดพันทั้งมวลรวมเข้าด้วยกันเป็นสองแสนสองหมื่นเจ็ดพันคน ก็ผัดกันมารวมกันยังเมืองละครที่นั้น พระยามังรายเจ้าท่านก็ให้คนอุปนิกขิตไปอยู่กับด้วยชาวเมือง
- ↑ เวลาราว ๑๖.๐๐ น.