วัดพระหลวงภายนอกที่นั้นแล้ว ก็สร้างให้เป็นอารามกว้าง ๕๐ วาเอา ไม้สักมาปลูกแวดกำแพง ๓๐๐ ต้น แล้วเรียกว่าอารามป่าสักแต่นั้น มาแล แล้วก็สร้างกุฎีให้เป็นทานแก่มหาเถรเจ้าตนชื่อว่าพุทธโฆษาจารย์นั้น อยู่สถิตที่นั้นก็อุภิเษกขึ้นเป็นสังฆราชามหาเถรอยู่ยังอารามป่าสักที่นั้น แล้วพระราชแสนพูเจ้าท่านก็แบ่งเอายังแคว้นของเหนืออันเป็นแคว้นเมืองนั้น ถวายให็เป็นทานแก่พระบรมธาตุเจ้าวัดป่าสัก เอาตั้งแต่หนองงิ้วฝ่ายน้ำย้อยแปรดอยตะวันออกหัวโป่งไปตะวันออกนั้น ไปจับวัดจอมยองจับบ้านท้าวจับกิ่วแล้ว จับยางสีจ้อยจับไม้หม้อแถวจับกิ่วคางตลอดถึงผาสิง ลงจับสบแขวนแล้วจับผาหางลางทองจับโป่งเก้าง้อม[1]ขึ้นไปจับไม้ม่วงสองสิ่ง ลงจับน้ำปังจับไม้สีนากาดไปถึงผา บุ่งผาม่องขึ้นไปดอยลงไต่ไปจับวัดหลวงเมือง จับบ้านแควนจะวายขึ้นเมือถึงแพรว ภายตะวันออก เป็นแคว้นพุทธป่าสักภายตะวันตกเป็นแคว้นเจ้าเมืองแลพระเหนือหัวเจ้าท่านปั้นแคว้นบ่ละไว้ฉันนี้แล คืนมาตั้งเอาไม้ลุงพันเส้าไต่สันดอยแปรหัวโป่งล่องไปจับป่าไม้ไร่สามพันกอ ตั้งแต่แดนน้ำย้อย ไปตะวันตกเป็นแคว้นเป็นคาย ตั้งแต่แดนน้ำย้อยไปตะวันออกเป็นแคว้นพุทธป่าสัก ตั้งที่นั้นเป็นแดนแล้วไต่สันไปตะวันออกต้นไม้ขูด แล้ว เกี้ยวลงไปจับนาค้อมจับน้ำหลวงจับห้วยไค้ แล้วออกไปจับห้วยพิง ภายเหนือเป็นแคว้นพุทธป่าสัก ภายใต้เป็นแคว้นคับคายแล ข้ามของ ไปภายหน้าตะวันออกแล้วขึ้นของทั้งฝ่ายหน้า จับป่ากอยหลวงปู่สงสี
- ↑ งุ้ม