กว้าง ๑๒ ศอก ยาว ๑๗ ศอก สูง ๘ ศอก ไว้ใต้ร่มไม้พุดซาต้นหนึ่ง ไม้พุดซาต้นนั้นใหญ่สูงมีร่มกว้างขวางยิ่งนัก ส่วนลวะจังกราชเทวดาก็ ขึ้นยืนอยู่บนอาสนเงินนั้นแล้ว ก็ร้องป่าวประกาศว่า ชนา ดูกรชน ทั้งหลาย มยํ อันว่าเรานี้หากเป็นพระยาเทวดามีชื่อว่า ลวะจังกภุมเทว-ราช เราจะมาเป็นพระยาแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อจะได้สั่งสอนท่านทั้งหลายให้รู้ทำนบทำนองคือธรรมะธรรมโม ให้ตั้งอยู่ในไตรรัตนสรณาคมน์ ทุก ๆ คนจะดีหรือไม่ ส่วนว่าคนทั้งหลายก็รับโดยคำว่า สาธุ สาธุ ดั่งนี้ทุกคน เหตุนั้นจึ่งได้ชื่อว่า เชียงสา มาจนทุกวันนี้แล
บัดนี้จะกล่าวปฐมศักราชก่อนปีมะแม ตรีศก ศักราชได้ ๕๑ ปีต่อมาถึงปีมะเส็งแต่ปีพระพุทธเจ้าเข้าสู่พระปรินิพพาน ต่อมาถึงปีขาล เอา ๕๑๙ มาประสมด้วย เป็น ๘๐๐ พรรษา ยังมีพระยาองค์หนึ่งชื่อตรีจักษุ เป็นเจ้าเมืองลังกาตัดศักราชเก่าเสีย ตั้งใหม่อีกคือ ๑ ปีเถาะเอกศก ตั้งแต่นั้นมาได้ ๘๐๐ พรรษา ต่อมาถึงปีจอ ทสศก พระยาอนุรุธได้ครองเมืองภุกามซ้ำตัดเล่า ตั้งใหม่คือ ๑ ปีกุน เอกศก เป็นตติยศักราชแต่นั้นมามิได้ตัดเลย
จะกล่าวถึงท้าวโอปาปติกรณ์ และท้าวนั้นเกิดมาในวันเสาร์ยามเที่ยง เดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีกุน เอกศก ครั้นเกิดมาแล้วเครื่อง อภิเศกก็เกิดมาด้วยพร้อมทุกประการ ส่วนภุมเทวดาพันหนึ่งและคน ทั้งหลายมีท้าวพระยาเป็นประธาน ก็พากันอภิเศกท้าวโอปาปติให้เป็นพระยา ทรงพระนามว่าลวะจังกราช แล้วมอบสมบัติบ้านเมืองให้ท่าน