อยู่รักษาพระเจดีย์ตามประเพณีโบราณมาแต่ก่อน บ้านเมืองก็ย่อมมีความเจริญสุขทุกเมื่อ แต่ว่าพระมหากษัตริย์องค์นั้นยังหามีโอรสจะ สืบเชื้อวงศ์ครองสมบัติแทนตนไม่ ท่านพิจารณาดูแล้วจึงบอกให้พระราชเทวีว่า เราเกิดมาในเมืองมนุษย์ปางนี้ ก็ปรารถนาอยากให้ท้าวพระยาที่เที่ยงธรรม มีความเมตตาฝูงอาณาประชาราษฎร์ให้ถาวรไปภายหน้า จะเป็นที่บำรุงพระพุทธศาสนารุ่งเรืองต่อไป บัดนี้เราทั้งสองยังหาบุตรจะสืบเชื้อวงศ์ไม่ เหตุดั่งนี้นางจงอุตส่าห์รักษาเบญจศีล อัฎฐศีลให้เที่ยงแล้ว จงตั้งอธิษฐานซึ่งเทวดาอินทร์พรหมแล้วขอให้มีพระโอรสผู้ประเสริฐ จะได้สืบพระราชวงศานุวงศ์
ฝ่ายว่านางเทวีก็รับคำพระสามีว่า สาธุ สาธุ ดี ดี ดั่งนี้ แล้วนางก็กระทำตามคำพระองค์บอกทุกประการ อยู่มามิช้านานนางก็ทรงครรภ์ข้อนี้จะรวบรัดตัดตอนถอนบท ครั้นถึงกำหนด ๑๐ เดือนถ้วนแล้ว นางก็ประสูติพระโอรสองค์หนึ่ง ในปีวอก อัฐศก วันเดือนไม่ปรากฎ อยู่มา ได้ช้านาน ถึงกุมารผู้นั้นใหญ่มาพอเดินเหินไปมาได้แล้ว พระนางเทวีก็ทรงครรภ์อีก พอถึงกำหนด ๑๐ เดือน นางก็ประสูติธิดา[1] อีกผู้หนึ่งในปีจอ เอกศก ครั้นกุมารีผู้นั้นใหญ่พอเดินไปมาได้แล้ว ยังมีในคืนหนึ่ง พระนางเข้าสู่ที่บรรทมในปรางค์ปราสาท นางก็ทรงพระสุบินนิมิตต์ น่าควรอัศจรรย์ยิ่งนักหนา ฝันว่ายังมีแก้วลูกหนึ่งดูมีรัศมีรุ่งเรืองทั่วไปในเมืองเงินยางทั้งปวง แล้วนางก็มีความโสมนัสยินดี ครั้นตื่นขึ้นแล้ว ก็ไปบอกเล่าให้พระสามีฟังทุกประการ
- ↑ น่าจะเป็นโอรส