ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/50

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร

ส่วนลวะจังกราชมหากษัตริย์ก็พิจารณาดูความฝันนั้นแล้วก็รู้ด้วยปัญญาท่านก็บอกว่า ภทฺเท ดูกรนาง นิมิตต์แห่งนางนี้เป็นอันดีนัก ผู้มีบุญสมภารจะมาถือปฏิสนธิในท้องแห่งนางเป็นแน่ แล้วนางจงรักษาครรภ์แห่งนางไว้ให้ดี บุตรผู้นี้จะเฉลียวฉลาดยิ่งกว่าบุตร ๒ คนที่เกิดก่อนนั้นแล ครั้นว่าครรภ์แห่งนางแก่ได้ ๑๐ เดือนบริบูรณ์แล้ว ก็ ประสูติบุตรอีกผู้หนึ่งเป็นชาย มีลักษณะเนื้อตัวบริสุทธิ์ดูงามหาที่เปรียบ บมิได้ คลอดเมื่อปีชวด เอกศก ตติยศักราชได้ ๖๒ ปี เดือน ๘ ขึ้น ๑๕ ค่ำ วันพฤหัสบดี ครั้นกุมารผู้นั้นใหญ่มาแล้ว พระบิดาจึ่งตั้งนามว่า ลาวเกลาแก้วมาเมือง ครั้นใหญ่มาพอคิดราชการได้ ขณะ นั้นยังมีปูตัวหนึ่งใหญ่เท่ายุ้งข้าวมีลูก ๒ ตัว เวลากลางคืนมันพาลูกเที่ยวหากินกัดข้าวกล้าในภูมิ์นาแห่งคนทั้งหลาย ก้ามมันคีบช้างก็ตายคีบโคกระบือก็วายชีวิต

ส่วนว่าพระมหากษัตริย์ผู้เป็นบิดาก็ใช้ให้บุตรทั้ง ๓ คนพี่น้องไปทำลายปู ๓ ตัวแม่ลูก กุมารทั้ง ๓ ก็พากันล่องน้ำตามรอยปู ๓ ตัวนั้น ครั้นไปถึงระหว่างเขาแห่งหนึ่งก็มองเข้าไปเห็นปูอยู่ในรูถ้ำ ผู้พี่ ๒ คน ก็ขุดรูปูบังคับให้ผู้น้องเอาสวิงไปดักไว้ใต้น้ำแล้ว ถือตระบองไว้อันหนึ่ง มิฉะนั้นชะรอยปูมีกำลังมันจะโดดออกไป ฝ่ายผู้น้องว่า ไหน ๆ ก็เรามาพบนี่แล้ว ขุดเอาให้ได้มิดีหรือ จะให้ฉันไปใต้น้ำฉันไม่ไป ฝ่ายว่าพี่ทั้ง ๒ ก็ด่าน้องว่าให้ไปจงได้ ผู้น้องเสียไม่ได้ก็ไปตามคำพี่ทั้ง ๒ ก็เอาสวิงไปดักไว้ใต้น้ำ มือถือตระบองอยู่ที่นั้น พอถึงพระอาทิตย์ตกนกร้อง