ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/51

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร

ทั้ง ๒ พี่น้องขุดปูยังไม่เป็นท่วงเป็นที เหตุว่ารูหินนั้นแข็งเหลือเกิน ครั้นค่ำแล้ว ๒ คนพี่น้อง ก็เกลื่อนหินก้อนใหญ่เข้าทับรูปูไว้ แล้วก็กลับ มาบ้างแต่ ๒ คน หาได้เรียกผู้น้องที่อยู่ใต้น้ำมาด้วยไม่ ครั้นค่ำแล้ว ผู้น้องที่อยู่ใต้น้ำคอยฟังดูเหตุการณ์ ก็มิได้รู้ร้ายรู้ดี นั่งพิจารณาอยู่ว่าจะเป็นประการใดหนอ จำจะไปดูพี่ทั้ง ๒ ดูก่อน คิดดั่งนี้แล้วก็ขึ้นน้ำ ไปที่ปากรูปูก็ไม่เห็นพี่ทั้ง ๒ ผู้น้องคนเดียวก็กลับมาบ้านทั้งกลางคืน ครั้นถึงแล้วก็ไปกล่าวเหตุการณ์ทั้งปวงให้บิดาฟัง ครั้นบิดาได้ฟังผู้น้องบอกดังนั้น ก็เรียกพี่ทั้ง ๒ มา ท่านก็สั่งสอนว่าเจ้ายังหวังใจปรารถนาจะเป็นผู้ดีไปข้างหน้า เหตุไฉนมิได้มีความพิจารณา ทิ้งน้องเสียไม่เรียกมาด้วย เป็นการไม่ดีเลย โบราณว่าคนรักใหญ่เท่ารอยตีนเสือ คนชังคนเบื่อกว้างเท่าเสือลำแพน ลืมตามิเห็นพี่ ขึงตามิเห็นน้อง รุงรังมิ แหนมแถมซ้ำยุ่งใหญ่ บ้างวิ่งขึ้นบก บ้างหกลงน้ำ บ้างคิดให้อยู่ บ้างยุให้หนี บ้างทำให้ได้ บ้างไพล่ให้เสีย บ้างทำให้ถี่ บ้างตีให้ห่าง เป็นการไม่ดี เจ้ายี่ชักไปข้างซ้าย เจ้าอ้ายชักไปข้างขวา น้องก็ว่าน้องจะจี่ พี่ก็ว่าพี่จะเผา มิดีเลย จะเป็นข้าราชการต้องไต่ติดพิจารณาดู ร้ายดีประการใด ครั้นเห็นจะสมควรก็ให้ควร ถ้าไม่สมควรก็ทิ้งเสีย จึงจะเป็นผู้ใหญ่ได้ กุมารทั้ง ๒ ครั้นได้ยินบิดาสอนดังนั้นก็โกรธขึ้ง มิได้เชื่อถ้อยฟังคำของบิดาสั่งสอนเลย

ต่อมาวันหนึ่ง ส่วนลาวเกลาแก้วมาเมืองก็เรียกรี้พลโยธามาให้มาก ให้มีเครื่องอาวุธครบมือทุกคน บ้างก็เอาจอบเสียมไปด้วย ครั้น