ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/57

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๒

พระยาองค์ใดเสวยเมืองนี้ย่อมมีศีล ๕ ศีล ๘ และทรงพระปัญญารู้จักประเพณีธรรม เจริญแก่ประชาราษฎรและสมณชีพราหมณ์ ย่อมตั้ง อยู่ในธรรม ๔ ประการ คือ อายุยืน วัณณะ มีเนื้อตัวอันงาม ปัญญาสุขสวัสดิ์ โภคามีเครื่องบริโภคเป็นต้น เสนา โยธา ดุจดังทองคำ และเงินแก้วแหวนแสนสิ่งปนกันนั้นแล บทว่า ธัญญะ คือ ธญฺญา-ธญฺญสาตจฺจคณฺเฐน ฐิโต ท้าวพระยาที่ครองสมบัติในเมืองนี้ และเสนาอำมาตย์ราษฎรสมณชีพราหมณ์ทั้งปวงตั้งอยู่ในทางอันดีเสมอกัน เมื่อใดท้าวพระยามิได้ตั้งอยู่ในทางอันดีแล้ว คือ ร้ายบ้าง ดีบ้าง เสนาราษฎรและสมณชีพราหมณ์ก็ตามกันมิตั้งอยู่ตามประเพณีธรรม อปริ-หานิยธรรม ย่อมเบียดเบียนกันร้ายนัก เป็นต้นว่า ปสัยหาวหาร อทินนาทาน อภิภวิตฺวา คณฺหาติ ผจญชนะแล้ว เอาโบราณประเพณีธรรมเป็นใหญ่ เจริญแก่ประชาราษฎรตามบ้านเมืองแต่ก่อน ภินฺทติ ทิ้งเสีย พาลมญฺญติ ตั้งไว้ให้เดือดร้อนแก่ประชาราษฎรมีเมื่อใด ใน เมื่อนั้นท้าวพระยาก็ย่อมเดือดร้อนด้วยกันในบทคัมภีร์ว่าพุฑฺฒาภิกตวา เอโก ราชา วิหญฺญเร นครํ สํสุญฺญภเว ตํ เป็นท้าวพระยามหากษัตริย์ หากอยู่ยังเมืององค์เดียว ไม่มีเสนาและราษฎร ใครเล่าจะมาเรียกท่านเป็นเจ้าเป็นนาย ท่านจะสร้างบ้านสร้างเมืองคนเดียวให้รุ่งเรืองได้หรือ บ้านเมืองจะไม่สูญร้างห่างเป็นอันตรายไปหรือ

ฝ่ายว่าขุนจอมธรรมครั้นท่านได้รู้นิมตต์ ๓ ประการดั่งนี้แล้วก็มีความยินดีเป็นอันมาก ท่านก็ให้เสนาเอาพงศาวดารบุราณเมืองมาเล่า