วิชาต่าง ๆ คือหัดเพลงจับช้างจับม้าและเพลงอาวุธต่าง ๆ ได้ชำนาญแล้ว ครั้นถึงอายุได้ ๑๖ ปีไปคล้องช้างเมืองน่าน พระยาน่านองค์ชื่อพลเทวะมีความชอบยกลูกสาวผู้ชื่อนางจันทาให้แก่ขุนเจียงกับช้าง ๕๐ เชือก ต่อมาได้ปี ๑ ถึงอายุได้ ๑๗ ปี ไปคล้องช้างเมืองแพร่ พระยาแพร่องค์ชื่อพรหมวังโส ยกลูกสาวผู้ชื่อนางแก้วอิสัตรีให้ขุนเจียงกับช้าง ๕๐ เชือก ขุนเจียงมีช้าง ๓๐๐ เชือก มีช้างเชือก ๑ ชื่อพานทองเป็นประธาน เมื่อเวลาขุนเจียงจะได้ช้างพานทองนั้น เวลากลางคืนจะใกล้รุ่งเทวดามาบอกว่า มหาราช อยากได้ช้างเผือกประเสริฐหรือ ยังมี ๓ เชือก ๆ ๑ ชื่องาไฟ ครั้นทรงเสด็จไปทางใดย่อมไหม้ทั้งโลก ตัวที่ ๒ ชื่ออ้ายก่ำ งาเขียวแทงคนเดียวตายทั้งทวีป ตัวที่ ๓ ชื่อพานทองย่อมนำท่านปราบทวีปได้ ครั้นท่านอยากได้ตัวใดก็เลือกเอาตามชอบใจเทอญ ฝ่ายขุนเจียงมิได้พิจารณาพลาดออกปากว่า เราจะเอาช้างพานทอง เทวดาก็ว่าพรุ่งนี้เช้าท่านจงไปอยู่ท่าน้ำคอยเอา ครั้นเห็นนาค ๓ ตัวล่องน้ำมาท่านจงจับเอาตัวที่ ๓ นั้นเทอญ หากแม้ว่าช้างพานทองแล้วแล ว่าเท่านั้นแล้วก็หายไป เทวดาพูดเป็นปัญหาว่า ช้างงาไฟเสด็จไปทางไหนย่อมไหม้ไปทั้งโลกนั้น ปัญหาว่า ได้เมืองหนึ่งแล้วย่อมได้ทั้งโลก ช้าง ก่ำงาเขียวแทงคนเดียวตายทั้งทวีปนั้น ครั้นได้เมืองหนึ่งแล้ว ย่อมได้ทั้งทวีป ช้างพานทองจะนำท่านไปปราบทวีปนั้น คือว่าทรงช้างพานทองไปถึงไหนย่อมปราบได้แต่เพียงนั้น ถ้าแม้นขุนเจียงจะเอาตัวอื่นก็ได้ แต่ว่าออกปากจะเอาช้างพานทอง เพราะฉะนั้นนาคที่มาก่อน ๒ ตัวไม่เอา
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๑) - ๒๔๗๙.pdf/64
หน้าตา