พรรษา เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เวลากลางคืนประมาณ ๒ ยามเศษ ฝ่ายว่าพญานาคก็คิดถึงที่ตนได้รับรับสั่งพระพุทธเจ้า แล้วก็เอาทองคำ ๒๑๕,๐๐๐ น้ำหนักจากเมืองนาคออกมาไว้กลางสระ แล้วเนรมิตรตนเป็นบุรุษผู้หนึ่งทรงเครื่องขาวบริสุทธิ์ เข้าไปในเรือนสองผัวเมียที่เลี้ยงเป็ด เลี้ยงห่านนั้น แล้วเล่าเหตุการณ์ที่ตนได้รับรับสั่งพระพุทธเจ้าให้สอง คนผัวเมียฟังทุกประการ แล้วฉุดมือผู้ผัวลงเรือนไปที่สระแล้ว ชี้ ทองคำนั้นให้ดู แล้วบอกว่าให้สร้างพระรูปเหมือนเช่นอย่างที่จะทำให้ท่านดูนี้ เทอญ
ว่าแล้วก็เนรมิตให้คนเป็นพระประธานใหญ่สูง ๓๒ ศอก เช่นอย่างพระกกุสนธ์ แล้วเนรมิตตนเป็นนาคลงไปเอาหินก้อนที่พระพุทธ เจ้านั่งนั้น ออกมาให้เห็นแล้ว ก็ลงไปเมืองนาคอันเป็นที่อยู่ของตนแล ที่สองยายตาสร้างพระพุทธรูปนั้นดั่งพรรณนามาแต่ต้นนั้นแล ต่อมาได้หลายชั่วท้าวพระยาต่อ ๆ กันมา ในคน ๒๐ ครัวที่พระยายอดเชียงใหม่ และพระยาเมืองยี่พะเยายกถวายพระปฎิมากรให้เป็นคนอุปัฎฐากรักษาพระปฏิมากรองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ในวัดศรีครมคำหนองเอี้ยงเมืองพะเยา คนเหล่านั้นก็สืบต่อกันมาชั่วลูกชั่วหลานตราบเท่าถึงเสนามังธา ได้ขณะปราบเมืองลานนาไทยคือเมืองเชียงใหม่ และเมืองอโยธยากรุงสยามและเมืองจัน ในปีกุน โทศก (ศักราช วัน เดือน ไม่ปรากฏ) เวลานั้นเสนามังธาจับเอาลาวไปไว้เมืองหงสา ๑๑๓,๐๐๐ ครัว แต่นั้นมาถึงปีมะเส็ง มังธาก็ถึงแก่กรรม ต่อมาถึงปีจอ ทศศก ลาวอยู่เมือง