ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/114

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
69
 

ครั้นแต่งเสร็จแล้วให้ทูตถือเข้าไป สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราช ครั้นได้แจ้งในลักษณะพระราชสาร จึงทรงพระราช ดำริว่า ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เห็นเหลือมือเหลือกำลังทหารจะ กู้พระนครไว้ได้ ถ้าเราจะมิออกไป สมณชีพราณ์ประชา ราษฎรไพร่ฟ้าข้าขอบขันธเสมา จะถึงแก่พินาสฉิบหายสิ้น ทั้งพระศาสนาก็จะเศร้าหมอง จำเราจะออกไป มาตรว่าสมเด็จพระเจ้าหงสาวดีมิคงอยู่ในสัตยานสัตย์ดั่งราชสารเข้ามานั้ นก็ตามเถิด แต่เราจะรักษาสัตยาสัตย์ให้มั่น ทรงพระราชดำริเท่าดังนั้นแล้ว ก็ให้แต่ง ลักษณะพระราชสารกำหนดที่จะเสด็จ ให้ทูตานูทูตถือออกไปถวาย พระเจ้าหงสาวดี แล้วตรัสให้เจ้าพนักงานออกไปปลูกราชสัณฐาคารณตำบลวัดพระเมรุราชิการามกับวัดหัศดาวาสต่อกัน มีราชบัลลัง กาอาศน์ ๒ พระที่นั่งสูงเสมอกัน หว่างพระที่นั่งห่าง ๔ ศอก แล้ว ให้แต่งรัตนตยาอาศน์สูงกว่าราชาอาศน์อีกพระที่นั่งหนึ่ง ให้เชิญ พระศรีรัตนตรัยออกไปไว้เป็นประธาน

ครั้นรุ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์พร้อมด้วยมุขมนตรีกวีชาติ ราชครูโหราโยธาหาญข้ามไป เสด็จขึ้น บนพระที่นั่ง ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าหงสาวดี พร้อมด้วยท้าวพระยา มุขมนตรีทั้งปวงเสด็จมา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจ้า ร้องอัญเชิญเสด็จ สมเด็จพระเจ้าหงสาวดี เสด็จขึ้นบนพระที่นั่งแล้วตรัสว่า สมเด็จพระเจ้าพี่เราให้อาราธนาพระพุทธปฎิมากรเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า มาเป็นประธานก็ดีอยู่แล้ว ขอจงเป็นสักขี