ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/128

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
83
 

ธรรมราชานี้ มิได้สวามิภักดิต่อพระองค์แล้ว ไปฝ่ายฝากไมตรีแต่เจ้า หงสาวดีถ่ายเดียว จำจะยกทสาพรับขึ้นไปเชิญเสด็จพระเจ้าพี่นางกับราชนัดดา ลงมาไว้พระนครศรีอยุธยา ถึงมาตรพระมหาธรรมราชา จะคิดประการใด ก็จะเป็นห่วงอาลัยอยู่ อันพระมหาธรรมราชาเห็น จะไม่พ้นเงื้อมพระหัตถ์ สมเด็จพระราชบิดาก็เห็นด้วย จึงตรัสให้ พระยารามอยู่จัดแจงรักษาพระนครสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับพระมหินทร โอรสาราช ก็กรีฑาพลเสด็จโดยชลมารคถึงเมืองพระพิษณุโลก ก็ รับสมเด็จพระวิสุทธิกษัตริย์ กับเอกาทศรฐ อันเป็นพระภาคิไนยราช และครัวอพยพข้าหลวงเดิม ซึ่งให้ขึ้นมาแต่ก่อนนั้น แล้วสมเด็จ พระพระพุทธเจ้าอยู่หัว กับพระมหินทราธิราช ก็เสด็จล่องจากเมืองพระ พิษณุโลก ไปประทับยังเมืองนครสวรรค์ จึงสมเด็จพระมหินทรา ธิราช กราบทูลสมเด็จพระราชบิดาว่า เมืองกำแพงเพ็ชรเป็นทางศึกกำลังศึก จะขอทำลายเมืองกำแพงเพ็ชรเสีย กวาดเทเอาครอบครัว อพยพลงไปไว้ณกรุงพระมหานครศรีอยุธยา ถึงศึกมีมาก็จะได้หย่อนกำลังลง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ตรัสเห็นด้วย ทัพหลวงก็ตั้งยั้งอยู่ ณเมืองนครสวรรค์ สมเด็จพระมหินทราธิราช ก็ยกกองทัพขึ้นไป ยังเมืองกำแพงเพ็ชร ทัพหลวงตั้งค่ายท้ายเมือง พระยาศรีเป็น กองหน้าเข้าตั้งค่ายแทบคูเมือง ฝ่ายขุนอินทเสนา และขุนต่างใจข้าหลวงซึ่งตั้งไปแต่พระพิษณุโลกนั้น แต่รู้ข่าวก็ตรวจจัดรี้พลแต่งกันเมืองกำแพงเพ็ชรเป็นสามารถ ครั้นกองทัพเข้าตั้งแทบคูเมือง ก็แต่ง พลออกหักค่ายพระยาศรี ๆ ก็พ่ายแก่ชาวเมืองกำแพงเพ็ชร จึง