ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/131

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
86
 

โดยขบวนบทจร พยุหบาตซ้ายขวาหน้าหลังทั้งปวงเสร็จ ได้เพลา มหาวิชัยฤกษ์ โหราลั่นฆ้องชัย ทวิชจารย์เป่าสังข์ประโคนฆ้อง กลองกาหล กึกก้องนฤนาทนี่สนั่นพสุธาดล ดำเนินธวัชลีลาพยุหแสนยากรทัพหลง ออกจากหงสาวดีรอนแรมมา ๒๕ เวนถึงแดน เมืองกำแพงเพ็ชร เสด็จประทับเถลิงราชพลับพลาชัยราชาอาศน์ จึงดำรัสให้พระเจ้าแปรเป็นนายกองทัพเรือ แล้วพระเจ้าหงสาวดีก็ยกลงมาชุมพลทั้งทัพบกทัพเรือณ เมืองนครสวรรค์ และพลพระเจ้า หงสาวดียกมาครั้งนั้น คือพลพะม่ามอญในหงสาวดี อังวะ ตองอูเมืองปรวน และเมืองประแสนิว เมืองกอง เมืองมิต เมืองตาละ เมืองหน่าย เมืองอุมวง เมืองสะพัวบัวแส และเมืองสรอบ เมือง ไทยใหญ่ อนึ่งทัพเชียงใหม่นั้น พระเจ้าเชียงใหม่ประชวร จึงแต่ง ให้พระแสนหลวงพิงชัย เป็นนายกองถือพลลาวเชียงใหม่ทั้งปวง มาด้วยพระเจ้าหงสาวดีเป็นทัพหนึ่ง และกำหนดพลนั้นมีบัญชี ๑๐๐ หมื่น สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า เป็นนายกองถือพลเมืองเหนือทั้งเจ็ดเมือง มาด้วยพระเจ้าหงสาวดีเป็นทัพหนึ่ง

ครั้นได้ศุภวารฤกษดิถี พระเจ้าหงสาวดีก็กรีพยุหโยธาทัพ ทั้งปวง ลงมายังพระนครศรีอยุธยา พระเจ้าช้างเผือกละสมเด็จ พระมหินทราธิราชแจ้งข่าว ก็ให้ขับพลเมืองนอกทั้งปวงเข้าพระนครและได้แต่ในแขวงจังหวัดซึ่งอยู่ใกล้พระนครทั้งสี่แขวงนั้นประมาณส่วนหนี่ง และซึ่งมิได้เข้ามานั้นออกอยู่ป่าเป็นอันมาก อนึ่งพลเมือง เล็กน้อยทั้งปวงมิได้เข้าพระนครและออกอยู่ป่ามาก ได้แต่ตัวว่าเมือง