ต้องปืนไฟตายมากนักจึงพระเจ้าหงสาวดีให้ขุดอุโมงค์ ให้พลทั้งปวงเดินเข้ามาเป็นหลายแห่งหลายสาย ครั้นถึงริมแม่น้ำที่จะตั้งค่ายนั้นก็ขุดเป็นอุโมงค์แล่นหากันโดยหน้าค่าย และลอบตั้งค่ายนั้นในกลางคืน แล้วห้ามพลทั้งปวงให้สงบมิให้มี่ฉาว ฝ่ายในพระนครรู้ว่าชาวหงสาวดีขุดอุโมงค์เดิน ก็เอาปืนใหญ่ยิงออกไปมิได้ต้องข้าศึก ก็จัดกองอาษาออกไปทะลวงฟันได้หัวเข้ามาถวายหลายครั้ง และชาวหงสาวดีตั้งค่ายชั้นนั้นเป็นเดือนเศษจึงตั้งได้ แต่พระเจ้าหงสาวดียกมาให้ตั้งค่ายล้อมเป็น ๓ ครั้ง ประมาณ ๒ เดือน จึงเข้าล้อมได้ถึงริมแม่น้ำคูเมือง
ฝ่ายสมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้า จึงดำรัสแก่พระยาราม ให้มีศุภอักษร ขึ้นไปถึงเมืองล้านช้าง ขอกองทัพลงมาช่วย พระยาราม ก็แต่งศุภอักษรโดยพระราชบริหารเสร็จแล้ว จึงแต่งให้ขุนราชเสนา ขุนมหาวิชัย กับไพร่ ๕๐ คนถือขึ้นไปยังเมืองล้านช้าง
เมื่อศึกหงสาวดียกมาล้อมพระนคร และตั้งค่ายได้ ๓ ครั้ง พระเจ้าช้างเผือกเสด็จเลียบพระนครมิได้ขาด และแต่งกองอาษาออกไปกองละ ๑๐๐๐ กองละ ๒๐๐๐ ทั้งสี่ด้าน เป็นหลายหมู่หลายกอง ได้รบด้วยชาวหงสาวดีซึ่งเข้ามาตั้งค่ายนั้นทุกวัน และได้ฆ่าฟันชาว หงสาวดีตาย ได้หัวเข้ามาถวายก็มาก ฝ่ายพลหงสาวดีแม้นล้มตาย เท่าใด พลทั้งปวงก็มิได้แตกฉานยิ่งยกหนุนกันเข้ามา ป้องกันให้ ตั้งค่าย ครั้นตั้งค่ายล้อมทั้งสี่ด้านแล้ว พระเจ้าหงสาวดีก็ตรัสแก่ พระมหาอุปราชราชา พระเจ้าแปร พระเจ้าอังวะ ท้าวพระยาทั้งหลายว่าเราไปรบเมืองทุกแห่งไซ้ ครั้นยกเข้าล้อมได้แล้วดังนี้ ก็แต่งการที่