ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/143

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
98
 

ได้แผ่นดินอยุธยา อันซึ่งนะเป็นราชไมตรีนั้นหาต้องการไม่ ขอให้ยก เข้าหักเอากรุงจงได้ พระเจ้าหงสาวดีจึงตรัสว่า เราเป็นกษัตริย์จะทำสงครามสืบไป ซึ่งจะทำดังนี้หาควรไม่ แล้วก็สั่งนายทัพนายกอง ทั้งปวงให้รักษาแต่มั่นไว้อย่าให้ประชิรบพุ่งเข้าไป

ฝ่ายชาวพระนครก็มิได้รบ ต่างคนต่างสงบอยู่ทั้งสองฝ่าย จึงพระเจ้าหงสาวดี สั่งพระสังฆราชเข้ามา ว่าถ้าพระเจ้ากรุงมหานครอยุธยาจะเป็นทางพระราชไมตรีด้วยเรา จงให้เจ้าแผ่นดินและท้าว พระยาผู้ใหญ่ทั้งปวงออกมาถวายบังคมแก่เรา ๆ จึงจะรับเป็นทางพระราชไมตรีด้วย ครั้นพระสังฆราชเข้ามาถึงกรุงถวายพระพรแก่สมเด็จพระมหินทราธิราช โดยคำพระเจ้าหงสาวดีสั่งให้เข้ามานั้น จึงท้าว พระยาทั้งหลายทูลพระมหินทราธิราช ว่าการทั้งนี้และพระเจ้าหงสาวดี หากคิดเพโทบายล่อลวงให้ออกไป แล้วจะกุมเอาตัวท้าวพระยาผู้ใหญ่ทั้งปวงไว้ แล้วจะให้เข้ามาเอาครัวอาณาประชาราษฎรทั้งหลาย อพยพไปเป็นชะเลย และศึกครั้งนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอถวาย ชีวิตรบพุ่งป้องกันจนถึงขนาด จึงสมเด็จพระมหินทราธิราชก็ตรัสให้ ท้าวพระยาทั้งหลายปรึกษาเป็นหลายครั้ง ก็ลงใจด้วยกันเป็นคำเดียวว่าจะอาษารบพุ่งไว้ แต่พระยาธรรมานั้นมิลงได้ด้วยท้าวพระยาทั้งปวง

ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดี คอยทูตจะออกมาแต่พระนครช้าอยู่ถึง ๗ วัน แล้วก็มิได้ออกมา จึงตรัสแก่พระมหาธรรมราชา ว่ากรุง นครศรีอยุธยามิให้ทูตออกมาเจรจาการเมืองกันและช้าอยู่ดังนี้ เห็นว่ามิเป็นพระราชไมตรีกันแล้ว เราจะให้แต่งการทีจะปล้นดุจหนหลังมา