ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/146

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
101
 

พระเจ้ากรุงศรีสั ตนาคนหุตแจ้งดังนั้นก็ทรงพระโกรธ จึงตรัสว่าพระเจ้าหงสาวดีมิได้ตั้งอยู่ในขัตติยราชตามประเพณีประพฤติพาลทุจริตและให้ทหารมาสะกัดชิงเอาพระเทพกษัตริย์ไปครั้งหนึ่งแล้วมิหนำยังมีน้ำใจกำเริบยกพยุหโยธามากระทำย่ำยีพระนครศรีอยุธยาอีกเล่า จำเราจะยกไปตีเป็นทัพกระหนาบ ดูหน้าพระเจ้าหงสาวดีจะทำเป็นประการใด ทั้งทางพระราชไมตรีกรุงศรีอยุธยาก็จะวัฒนาการสืบไป แล้ว จึงมีพระราชกำหนดให้เตรียมทหารขุนหมื่นนายช้าง ๓๐๐ ม้า ๓๐๐๐ ครั้นณวันเสาร์เดือน ๓ แรม ๕ ค่ำ ได้ศุภวารดิถีมหามงคลฤกษ์ประเสริฐก็เสด็จทรงช้างพระที่นั่ง พร้อมด้วยแสนท้าวพระยาลาว และพยุหโยธาหาญแห่โดยขบวนซ้ายขวาหน้าหลัง ดั้ง แซง เป็น ขนัดแน่นด้วยเครื่องสรรพสาตราวุธ ยกอออกจากกรุงศรีสัตนาคนหุตประทับรอนแรมมาโดยวิถีทางสถลมารค

ฝ่ายด่านเมืองนครไทยรู้ข่าว่ากองทัพเมืองล้านช้างยกลงมา ก็บอกข่าวราชการลงไปให้ราบทูลพระมหาธรรมราชา ๆ แจ้งดังนั้นแล้วจึงเอาบอกขึ้นไปเฝ้าทูลพระเจ้าหงสาวดี ว่าบัดนี้กองทัพกรุงศรีสัตนา คนหุตยกมาทางเมืองเพ็ชรบูร จะลงเมืองสระบุรีเป็นทัพกระหนาบ พระเจ้าหงสาวดีแจ้งแล้ว ตรัสถามพระยารามว่า กองทัพกรุงศรีสัตนา คนหุตยกมานี้ มาช่วยเองหรือบอกขึ้นไปขอให้มาช่วย พระยารามกราบทูลว่า สมเด็จพระมหินทราธิราช สั่งข้าพเจ้าให้มีศุภอักษร ขึ้นไปขอกองทัพลงมาช่วย พระเจ้าหงสาวดีตรัสว่า ซึ่งกองทัพ กรุงศรีสัตนาคนหุตยกมาครั้วนี้ ครั้นจะละไว้ ให้เข้ามาใกล้ ชาวพระ