หนึ่งใส่เสื้อดำ ถือดาบดั้ง เหล่าหนึ่งใส่เสื้อเขียว ถือดาบ ๒ มือ เหล่าหนึ่งใส่เสื้อแดง ถือปืนนกสับคาบชุด เหล่าหนึ่งใส่เสื้อสีม่วง ถือหอกทวนดาบสะพายแล่ง แล้วพระเจ้าหงสาวดีสั่งให้พระมหาธรรมราชากับพระมหาอุปราชา ถือพลทั้งนี้ยำเข้าไปโดยถนนเกาะแก้ว และพระเจ้าอังวะ พระเจ้าแปร ยกเข้าตามหน้าที่พร้อมกันทั้งสามถนนเจ้าหน้าที่ก็สาดปืนไฟแหลนหลาวออกมา ต้องพลทหารหงสาวดีล้มตายเป็นอันมาก พลข้าศึกก็มิได้ถอย เยียดยัดหนุนเนื่องกันเข้าไปมิได้ ขาดเสียงพลเสียงปืนดังแผ่นดินจะไหว และกองทัพพระมหาธรรมราชาพระมหาอุปราชาโจมตีหักเข้าไปได้ค่ายพระมหาเทพ ๆ แตกถอยเข้าไปตั้งรับอยู่ตำบลหน้าวัดโควัดกระบือ แล้วก็แตกเข้ามาตั้งรับตำบลวัด เผาข้าว ก็ระส่ำระสายแตกกระจัดพรัดพรายคุมกันไม่ติด ข้าศึกก็ เข้าเมืองได้
เมื่อเสียกรุงเทพพระมหานครแก่พระเจ้าหงสาวดีนั้นณวันเสาร์ เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ ศักราช ๙๓๑ ปีมะโรงอัฐศก[1] (พ.ศ. ๒๐๙๙) เพลาเช้า ๓ นาฬิกา
ขณะนั้นจึงพระมหาอุปราชา กับสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า ก็เสด็จเข้ามายืนช้างพระที่ นั่งในหน้าพระราชวัง จึงสมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าแผ่นดินเห็นว่า พระนครศรีอยุธยา เสียแก่พระเจ้าหงสาวดีแล้ว ก็เสด็จด้วยพระราชยาน ออก
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๙๓๑ มะเส็งศก (พ.ศ. ๒๑๑๒) ณวันอาทิตย์เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ (ผิดกัน ๑๓ ปี)