ดิลกรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมพระราชสถาน แล้วพระเจ้าหงสาวดีคิดให้พระสุทรสงครามอันส่งไปหงสาวดีเมื่อขณะศึกคราวครั้งนั้น อยู่เป็นพฤฒามาตย์สำหรับพระองค์ และให้เมืองนครพร้อมกับพลทหาร ๓๐๐๐ ให้อยู่ระวังพระนคร เมื่อครั้งได้พระนครเสวยราชสมบัตินั้นพระชันษาได้ ๕๔ พระวรษา ครั้นราชาภิเษกพระมหาธรรมราชาเสร็จบริบูรณ์แล้ว สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีเสด็จเลิกพยุหบาตบาตราโยธาทัพกลับไปทางเมืองกำแพงเพ็ชร สมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าก็โดยเสด็จครั้นถึงแดนแครง สมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าทรงพระประชวร หนัก ลักไวทมูเอาพระอาการมาทูลสมเด็จพระเจ้าหงสาวดี ๆ จึงพระราชทานแพทย์ไปรักษา แล้วตรัสคาดโทษแพทยาว่า ถ้าสมเด็จ พระมหินทราธิราชเจ้าสิ้นชีพทิวงคต จะลงโทษถึงสิ้นชีวิต ครั้น รุ่งขึ้นพระเจ้าหงสาวดีเสด็จมาเยือน จึงว่าอุตส่าห์เสวยยาและพระอาหาร อย่าท้อแท้พระทัย เราจะได้ไปด้วยกัน ครั้นให้พระราชโอวาท ดังนั้นแล้วก็เสด็จกลับมาพลับพลา และสมเด็จพระเจ้าหงสาวดี แต่ประทับแรมอยู่ที่นั่น ๑๘ เวน สมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าก็สวรรคต สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีทรงพระโกรธ ตรัสสั่งให้ลงพระอาชญาแก่แพทย์พะม่ามอญไทย ๑๑ คนแล้ว พระราชทานเพลิงแล้วทรงพระ กรุณาให้เอาพระอัฐิ กับพระสนมและเครื่องราชบริโภคทั้งปวง ให้ พะม่ามอญลาวคุมลงมาส่งยังพระนครศรีอยุธยา แล้วสมเด็จพระเจ้าหงสาวดีก็เสด็จไปเมืองหงสาวดี
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/153
หน้าตา