ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/156

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
111
 

ป้องกันพระนครให้รู้จักกำลังข้าศึกก่อน ครั้นจะด่วนละพระนครเสียไซ้เกลือกพระเจ้าหงสาวดีจะตรัสติเตียนได้ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงตรัสเห็นชอบด้วยซึ่งขุนเทพอรชุนทูลพระกรุณานั้น ก็มีพระราชโองการ ตรัสสั่งขุนเทพอรชุน ให้เตรียมเรือพระที่นั่ง และตรวจจัดพลสำหรับ เรือพระที่นั่งนั้นให้สรรพ

ฝ่ายพระเจ้าละแวก ยกทัพเข้ามาเถิงกรุงพระนครศรีอยุธยาและตั้งทัพในตำบลบ้านกะทุ่ม ขณะนั้นสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ตรัสให้เมืองนครพรหม และพลหงสาวดี ๓๐๐๐ อยู่ประจำหน้าที่ใน ข้างหน้า แล้วท้าวพระยาพระหัวเมืองทั้งหลาย ตรวจจัดพลทหารขึ้นประจำหน้าที่กำแพงและรายกันอยู่รอบพระนคร พระเจ้าละแวกก็ยกพลเข้ามา พระเจ้าละแวกมายืนช้างในสามพิหาร และพลข้าศึกรายกัน มาถึงวัดโรงฆ้อง เถิงวัดกุฎีทอง แล้วเอาช้างมายืนในวัดหน้าพระเมรุราชิการามประมาณ ๓๐ ช้าง พลประมาณ ๕๐๐๐ พระเจ้าละแวกให้พลทหารลงเอาเรือประมาร ๕ ลำข้ามเข้ามาปล้นในมุมเจ้าสนุก สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงก็เสด็จไปยืนพระราชยาน และให้พลทหารขึ้นรบพุ่งข้าศึกก็แพ้ออกไป จึงตรัสให้ยิงปืนจ่ารงเอาช้างข้าสึกซึ่งยืนอยู่ใน สามพิหารนั้น ต้องพระจัมปาธิราชขี่ช้างมาเป็นกองหน้าพระเจ้าละแวกและพระจัมปาธิราชก็ตายกับคอช้าง พระเจ้าละแวกก็ยกพลกลับคืน ไปยังทัพบ้านกะทุ่ม ยกเข้ามาปล้น ดังนั้นถึง ๓ วันก็มิได้ และพระเจ้าละแวกก็ยกทัพคืนไป กวาดเอาคนในบ้านนาและนครนายกไปยัง เมืองละแวกเป็นอันมาก ในขณะนั้น พระเจ้าละแวกแต่งพลมาลาด