ศักราช ๙๒๗ ปีฉลู สัปตศก[1] (พ.ศ. ๒๑๐๘) วันศุกรเดือน ๑๒ ขึ้น ๖ ค่ำ พระเจ้าละแวกยกกองทัพเรือเข้ามาอีก ใกล้ถึงปากน้ำพระประแดงเจ้าเมืองธนบุรีและกรมการทั้งหลายรู้ข่าวว่าพระเจ้าละแวกยกมา ก็ส่งข่าวขึ้นมาให้กราบทูลถวาย ส่วนเรืออันมาเป็นทัพหน้า พระเจ้าละแวก ก็ไล่ตามเรือซึ่งตระเวนชเลนั้นติดเข้ามาเมืองธนบุรี และกรมการทั้งหลายมิทันแต่งการที่จะรบพุ่งป้องกันเมือง ต่างคนก็ ต่างเอาครัวหนี พระเจ้าละแวกก็ยกเข้ามาในปากน้ำพระประแดง ก็ลาดจับชาวเมืองธนบุรี ชาวเมืองนนทบุรี ไปเป็นชะเลย
จึงสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ตรัสให้เอาเมืองยโสธรราชธานีเป็นนายกองและขุนหมื่นทั้งหลาย กับพลทหาร ๒๐๐๐ และเครื่องสาตราวุธบรรจุเรือไล่ ๔๐ ลำ และให้ยกลงไปต้านข้าศึกละแวก ครั้นเมืองยโสธรราชธานียกทัพเรือลงไปถึงเมืองนนทบุรี ก็พบข้าศึก ได้รบพุ่งกันเป็นสามารถ ข้าหลวงก็แพ้แก่ข้าศึกละแวก และเสียหมื่นราชามาตย์ ข้าศึกจับได้เป็น เอาไปถวายพระเจ้าละแวก เมืองยโสธรราชธานีและข้าหลวงทั้งปวง ก็พ่ายขึ้นมายังพระนคร พระเจ้าละแวกก็ให้จับเอา คนทั่วจังหวัดเมืองธนบุรีได้มากแล้ว ก็ยกทัพขึ้นมายังพระนคร ตั้ง ทัพในขนอนบางตะนาว สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ก็ตรัสให้ท้ายพระยาทั้งหลาย ตรวจจัดพลทหารขึ้นประจำหน้าที่กำแพงพระนคร แล้วแต่งการที่จะรบพุ่งพระนคร พระเจ้าละแวกก็ยกทัพเรือเข้ามาแฝงอยู่ข้าง
- ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๙๓๗ กุรศก