ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/190

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
145
 

ค่ำหนึ่ง พลพระเจ้าเชียงใหม่ยกมาครานั้น ทั้งชาวหงสาวดีและ ชาวเชียงใหม่อันมาด้วยกันทั้งปวงนั้น ช้างเครื่องประมาณ ๓๐๐ ม้าประมาณ ๓๐๐๐ พลประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ และทัพนั้นเร่งบก ลงมาตั้งทัพมั่นในตำบลสระเกษปากชะไว ทั้งทัพบกทัพเรือ ตั้งค่าย อยู่เป็นสามารถ

พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสามพระองค์ ก็ตรัสให้ถ่ายข้าวและเทครัวเข้าในพระนครสรัพแล้ว ก็ให้ตรวจ จัดรี้พลเครื่องสรรพยุทธ์ไว้สำหรับหน้าที่กำแพงรอบพระนคร โดยพนักงานท้าวพระยาพระหัวเมืองทั้งหลายเสร็จ ก็แต่งทหารอาษา ออกไปทำงานนอก ซ่องสุมคนซึ่งซ่านเซ็นพระนครทุกตำบล อัน หนึ่งชาวนอกพระนครทั้งปวง อันยังซ่านเซ็นอยู่ป่าโดยทางข้าศึกจะ ยกมา ก็มีพระราชกำหนดออกไปให้คุมกันเป็นหมู่เป็นกอง ทำการนอกพระนครศรีอยุธยา มิให้ข้าศึกออกลาดหากินได้สะดวก

เมื่อครั้งนั้นพระเจ้าละแวกแจ้งข่าวออกไปว่า กองทัพหงสาวดียกมากระทำสงครามกับกรุงศรีอยุธยา จึงดำรัสปรึกษาด้วยท้าว พระยาเสนามุขมนตรี ว่ากรุงกัมพูชาธิบดีกับพระนครศรีอยุธยา พึ่ง เป็นทางพระราชไมตรีกัน บัดนี้มีปัจจามิตรข้าศึกมารบ ครั้นจะมิ ไปช่วย พระราชไมตรีจะไม่ถาวรวัฒนาสืบไป จำจะให้กองทัพยก ออกไปช่วย ท้าวพระยาเสนามุขมนตรีทั้งหลายก็เห็นด้วย พระเจ้าละแวกก็ให้พระศรีสุพรรณมาธิราช ผู้เป็นพระอนุชา ถือพล ๑๐,๐๐๐ ช้างเครื่อง ๑๐๐ ม้าเครื่อง ๓๐๐ ยกเข้ามาช่วยโดยทางด่านเมือง