ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/206

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
161
 

กับสมเด็จพระอนุชาธิราช ก็กรีธาทัพขึ้นบกข้าทหารล้วนถืออาวุธสั้น สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้ากับสมเด็จพระอนุชาธิราช ทรงพรงแสงดาบ ๒ พระหัตถ์ และทัพบกซึ่งยกลงมานั้นก็มีน้ำใจ กลับหน้าพร้อม กัน สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้ากับสมเด็จพระอนุชาธิราช ก็ต้อน พลทะลงไล่ฟันข้าศึก ๆ ก็แตกฉานตายและลำบากเป็นอันมาก แล้ว ก็เสด็จกลับเข้าพระนคร

ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าหงสาวดี ยกมาติดพระนครถึง ๖ เดือน จนถึงวสันตฤดู เสียพลทหารเป็นอันมาก เห็นจะเอาพระนครมิได้ ก็เลิกทัพกลับไป

ขณะเมื่อทัพพระเจ้าหงสาวดียกมาถึงนั้น ข่าวแจ้งออกไปถึงกรุงกัมพูชาธิบดีประเทศ พระเจ้าละแวกก็ดีพระทัย จึงแต่งให้ เจ้าฟ้าทลหะ พระยาเดโช พระยาราชนายก พระยามโนไมตรี พระยาสวรรคโลก แสนทองฟ้ากับทหาร ๑๐,๐๐๐ ให้เจ้าฟ้าทลหะ เป็นแม่ทัพ ยกเข้ามาตีหัวเมืองแถบตะวันออก เจ้าฟ้าทลหะมิได้ เดินตามทางใหญ่ ลัดมาท่าป่า สี่ เส้น มาบ้านหอกด่านควายเข้าจุตี เมืองปราจีนแตก กรมการเมืองนครยกบอกเข้ามา สมุหนายกขึ้น กราบทูลพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวได้ทราบ ก็ทรงพระโกรธ จึงตรัสแก่สมเด็จพระนเรศวรบรมราชาธิราช ราชโอรสว่า เหตุไฉนพระ เจ้าละแวกจึงกลับมาเป็นปัจจามิตรดังนี้ สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า กราบบังคมทูลฉลองพระราชโองการว่า พระเจ้าละแวกมิได้ตั้งอยู่ ในสัตยานุสัตย์ ปราศจากวิจารณญาณ ฟังคำน้องชายให้เสียทางพระพระราชไมตรี คอยแต่ซ้ำกันดังนี้ ความแค้นข้าพระบาทดังต้องปืน