ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/214

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
169
 

ชัยโดยขบวนแล้ว ตรัสให้กองม้า ๓๐๐ ลาดมาดูถึงตำบลเอกราช บางกะทิงว่าทัพชาวพระนครจะตั้งรับอยู่ตำบลใดบ้าง

ส่วนสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า กับสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าตรัสปรึกษาด้วยมุขมาตยาทั้งปวง ว่าข้าศึกมหาอุปราชายกมาครั้งนี้ เรา จะกรีธาพลออกต่อยุทธนาการกลางแปลงดีหรือจะตั้งมั่นรับในพระนครดี มุขมนตรีกราบทูลว่าพระกรุณาว่า ข้าพระพุทธเจ้าทราบอยู่ว่า พระมหาอุปราชาเกรงพระเดชเดชานุภาพ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ครั้งเมื่อเสด็จไปช่วยงานพระราชสงคราม กรุงหงสาวดีไปตีเมืองรุม เมืองคังครั้งหนึ่งแล้ว และครั้งเมื่อสมเด็จพระเจ้าหงสาวดับพระมหาอุปราชา คิดเป็นการลับ ลวงให้เสด็จขึ้นไปทำร้ายทำมิได้จนทันวันทัพหลวงกวาดเอามหาเถรคันฉองกับพระเกียรติ พระยาพระราม และญาติ โยมครั้งอพยพในชนบทประเทศเขตต์ขันธเสมากรุงหงสาวดี มาข้าม ฟากแม่น้ำสะโตง พระมหาอุปราชาตามมาทันฟากละฝั่งฟากน้ำ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระแสงปืนนกสับยิงข้ามฝั่งมหานทีอันกว้างต้องสุระกำมานายกองหน้าตาย พระมหาอุปราชาและท้าวพระยาสมิงรามัญ ก็ขยาดฝีพระหัตถ์ เกรงพระเดชเดชานุภาพเป็น ๒ ครั้ง แล้ว และซึ่งพระมหาอุปราชายกมาครั้งนี้ประหลาดนัก ด้วยศึกพ่าย ไปเดือน ๗ ไปทันบำรุงช้างม้ารี้พลถึงขนาด และเดือน ยี่[1] ยกมา

  1. ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๙๕๔ มะโรงศก วันศุกร์ เดือน ๑๒ แรม ๒ ค่ำ