ถึงพระนครนี้เห็นเร็วนัก ดีร้ายจะได้ข่าวว่าสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จสวรรคต คิดว่าแผ่นดินเป็นจลาจล จึงรุดมาโดยทำนองศึก ครั้นจะรับมั่นในกรุง ข้าศึกจะได้ใจ ขอเชิญเสด็จทัพหลวงยกออกตั้งนอกกรุง แต่งกองทัพเข้าปะทะฟังกำลังศึกดู ถ้าศึกหนักจึงทัพหลวงเสด็จออกหักต่อภายหลัง สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ได้ทรงฟังมุขมนตรีกราบทูลดังนั้นก็ชอบพระทัยนัก แย้มพระโอฐ ดำรัสว่า ซึ่งปรึกษาการสงครามครั้งนี้ต้องความดำริเรา บัดนี้ทัพเราเตรียมอยู่บางขอดพร้อมอยู่แล้ว ให้ยกไปตั้งปากโมก เอาแต่ ทัพหัวเมืองตรีจัตวา ๒๓ หัวเมืองเป็นคน ๕๐,๐๐๐ ให้พระยาศรีไสยณรงค์เป็นแม่กอง ให้พระยาราชฤทธานนนท์ เป็นยกรบัตร ยกไปขัดรับหน้าข้าศึก อยู่ ณตำบลทุ่งหนองสาหร่าย พระยาศรีไสยรงค์ พระยาราชฤทธานนท์ กราบถวายบังคมลาออกมาจัดแจงไพร่พล ยกทัพไปโดยพระราชบัญชาสั่งนั้น
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสให้โหราหาฤกษ์ พระโหราธิบดีหลวงโลกทีป ขุนเทพพยากรณ์คำนวณพระฤกษ์ถวายว่า สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวได้จัตรงคโชคสรรพฤกษ์พร้อมมีชัยข้าศึก ขอเชิญเสด็จจากพระนคร ณวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เพลารุ่งแล้ว ๒ นาฬิกา ๕ บาท สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวก็ตรัสให้สมุหนายก กำหนด ทัพหลวงเสด็จโดยชลมารคไปตั้งทัพชัยพ้นปากโมก สมุหนายกก็แจกพระราช กำหนด ข้าทูลละอองธุลีพระบาท ฝ่ายทหารพลเรือนเตรียมการอัน จะเสด็จพระราชดำเนินนั้นเสร็จ