ครั้นณวันอาทิตย์ เดือนยี่ ขึ้น ๑๑ ค่ำเพลารุ่งแล้ว ๒ นาฬิกา ๕ บาท สุมหุดีมหาวิชัยฤกษ์ สมเด็จพระบาทบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็ทรงเครื่องสำหรับพิชัยสงคาม ก็เสด็จ ทรงเรือพระที่นั่งศรีสมรรถชัย สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า ทรงเรือพระ ที่นั่งไกรสรมุข พิมาน อันอลังการรจนาด้วยมหาเศวตฉัตร ขนัดเครื่องอภิรุมชุมสายพรายพรรณ บังศรีรวีวัน บังแทรกสลอนสลับ สรรพ ด้วยกรรชิงกลิงกลดจามรดาษดาดูมะโหฬารเลิศพันลึก อธึกด้วย กระบี่ ธงฉานธงชัย แลสว่างไสวไพโรจน์ด้วยเรือประจำนำท้าวพระยาสามนตราราชเรียงเป็นระยะ โดยกระบวนพยุหยาตราหน้าหลังทั้งปวงพร้อมเสร็จ พออุดมฤกษ์พระโหราธิบดีก็ ลั่นฆ้องชัยราชครูทิชาจารย์ เป่ามหาสังข์ทักษิณาวัฎ ประโคมแตรสังข์ดุริยดนตรีฆ้องกลอง ก้อง นี่สนั่นมหาอรณพน ที่เคลื่อนเรือกระบวนพยุหยาตราโดยชลมารค ก็เถิงประทับขนานหน้าพลับพลาชัยป่าโมก เพลาบ่ายแล้ว ๒ นาฬิกา ๔ บาท เสร็จจัดทัพประทับแรมอยู่ที่นั้น กำหนด ๑๑ ทุ่ม ๓ บาท ทัพหลวงจะเสด็จพระราชดำเนิน
เมื่อเพลา ๑๐ ทุ่มสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุบินนิมิตร์ว่า น้ำ นองท่วมป่ามาฝ่ายประจิมทิศ ลุยชลธีเที่ยวไปพบมหากุมภีล์ตัวใหญ่ ได้สรรพยุทธนาการ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประหารกุมภีล์ตาย ประทมตื่นขณะนั้นตรัสให้โหรทาย พระโหราธิบดีทูลทำนายว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวง จะได้ถึงซึ่งมหายุทธหัตถี แต่ทว่าพระองค์จะมีชัย จะลุยไล่ประหารปัจจมิตร์ข้าศึก ดุจพระสุบินว่าเที่ยวลุยกระแสน้ำฉะนั้น