ขึ้นไปประกาศแก่นายกองพลทหารทั้งปวง อย่าให้รอรับเลย ให้เปิดลงมาทีเดียว ฝ่ายทัพรามัญเห็นทัพชาวพระนครพ่ายมิได้ตั้งรบ ก็ยิ่งมีใจกำเริบไล่ระส่ำระสายมิได้เป็นกระบวน
สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเสด็จคอยฤกษ์ ทอดพระเนตร เห็นมหาเมฆตั้งขึ้นมาแต่ทิศพายัพ แล้วกลับเกลื่อนคืนกระจายอันตรธานไป พระสุริยเทวบุตรจรัสแจ่มดวงในนภาดลอากาศ พระมหาราชครูพระครูปโรหิตาจารย์โหราธิบดี ก็ลั่นฆ้องชัยดำเนินธง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จทรงเจ้าพระยาไชยานุภาพเป็นพระคชาธาร สมเด็จเอกาทศรฐอิศวรบวรราชอนุชา เสด็จทรงเจ้าพระยาปราบไตรจักร์เป็นพระคชาธาร พลหารก็โห่สนั่นบันลือศัพท์แตรสังข์เสียงประโคมฆ้องกลองชนะกลองศึก สะท้านสะเทื้อนประหนึ่งแผ่นดินจะไหว สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ยาตราพระคชาธาร เป็นบาทย่างสะเทินมาเบื้องขวาปะฝ่ายซ้ายข้าศึกเจ้าพระยาไชยานุภาพ เจ้าพระยาปราบไตรจักร์ ได้ยินเสียงพลและเสียงฆ้องกลองศึกอึงคนึง ก็เรียกมันครั่นครื้น กางหูชูหางกิริยาป่วนเดินเป็นบาตรอย่างใหญ่เร็วไปด้วยกำลังน้ำมัน ช้างท้าวพระยามุขมนตรีและโยธาหาญซ้ายขวา หน้าหลังทังนั้นตกลงไปมิทันเสด็จพระคชาธารสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ใกล้ทัพหน้าช้าศึก ตรัสทอดพระเนตรเห็นพลพะม่ารามัญ ยกมานั้นเต็มท้องทุ่ง เดินดุจคลื่น ในพระมหาสุมทร ข้าศึกไล่พลชาวพระนครมครั้งนั้น สลับซับซ้อน กันมิได้เป็นกระบวน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ก็ขับ