ก็แตกกระจัดกระจายไปเพราะพระเดชเดชานุภาพ สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวตรัสให้นายทัพนายกองทั้งปวงยกไปตามจับข้าศึกแล้ว เสด็จ คืนยังพลับพลา พระราชทานชื่อเจ้าพระยาไชยานุภาพเป็นเจ้าพญาปราบหงสา บรรดามุขมนตรีนายทัพนายกองซึ่งยกตามข้าศึกนั้น ได้ฆ่าฟันพะม่ามอญโดยทางไปถึงกาญจนบุรี อาศพเกลื่อนไป แต่ตะพังตรุนั้นประมาณ ๒๐,๐๐๐ เศษ จับได้เจ้าเมืองมะลวนและนายทัพนายกองกับไพร่เป็นอันมาก ได้ช้างใหญ่สูง ๖ ศอก ๓๐๐ ช้าง พลายพังระวางเพรียว ๕๐๐ ม้า ๒๐๐๐ เศษ มาถวาย
สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ตรัสให้ก่อพระเจดียฐานสวมศพ พระมหาอุราชาไว้ ตำบลตะพังตรุ ขณะนั้นโปรดพระราชทาน ช้างหนึ่งกับหมอและควาญ ให้เจ้าเมืองมะลวนกลับขึ้นไปแจ้งแก่ พระเจ้าหงสาวดี
พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็เสด็จกลับเข้าพระนคร แล้วดำรัสว่า เจ้ารามราฆพกลางช้างกับขุนศรีคชคงควาญ ซึ่งได้ผะจญข้าศึกจนมีชัยชะนะด้วยพระองค์นั้น ก็ปูนบำเหน็จพระราชทานยศถาศักดิ์เครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าเงินทอง ฝ่าย นายมหานุภาพควาญช้าง หมื่นภักดีศวรกลางช้าง ได้ โดยเสด็จงานพระราชสงครามจนถึงสิ้นชีวิตในท่ามกลางศึกนั้น มีความชอบให้เอาบุตรภรรยามาชุปเลี้ยง พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค เงินทองเสื้อผ้าโดยสมควร เสร็จแล้วมีพระราชดรัสให้ปรึกษาโทษนายทัพ นายกองว่า ข้าศึกยกมาเถิงยกมาเถิงพระนคร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว