ทั้งสองพระองค์ ตั้งพระทัยจะรักษาพระบวรพุทธศาสนาและสมณ พราหมณาจารย์อาณาประชาราษฎร มิได้คิดเหนื่อยลำบาก พระองค์ ทรงพระอุตสาหะเสด็จยกพยุหโยธาทัพออกไปรณรงค์ด้วยข้าศึก และนายทัพนายกองกลัวข้าศึกยิ่งกว่าพระราชอาชญา มิได้ โดยเสด็จพระราชดำเนินให้ทัน ละแต่พระคชาธารสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทั้งสองพระองค์ให้เข้าอยู่ในท่ามกลางข้าศึก จนได้กระทำ ยุทธหัตถีมีชัยแก่พระมหาอุปราชาเสร็จ โทษนายทัพนายกองทั้งนี้ จะเป็นประการใด
พระมหาราชครู พระครูปโรหิตทั้งปวงปรึกษาใส่ด้วยพระอัยการศึก พบพระราชกฤษฎีกาว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราช ดำเนินพระราชสงคราม และเกณฑ์ผู้ใดเข้าในกระบวนทัพแล้ว และมิได้ โดยเสด็จให้ทันขณะยุทธ์ ท่านว่าโทษผู้นั้นเป็นอุกฤษฎ์ ให้ประหารชีวิตเสีย อย่าให้ผู้อื่นดูเยี่ยงอย่าง เอาคำพิพากษา กราบทูล
มีพระราชดำรัสสั่งให้เอาตามลูกขุนปรึกษา แต่ทว่าบัดนี้จวนจาตุทสีปัณณรสีอยู่ ให้เอานายทัพนายกองจำเรือนตรุไว้ก่อน ๓ วันพ้นแล้วจึงให้สำเร็จโทษโดยพระอัยการศึก
ครั้นณวันอาทิตย์เดือนอ้าย แรม ๑๕ ค่ำ สมเด็จพระนพรัตน์ป่าแก้วและพระราชคณะ ๒๕ รูป เข้ามาถวายพระพรถามข่าว ซึ่งเสด็จงานพระราชสงคราม ได้กระทำยุทธหัตถีมีชัยแก่พระมหา อุปราชา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็แถลงการซึ่งปราบปัจจามิตร์ให้ ทุก