ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/228

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
183
 

ประการ สมเด็จพระนพรัตน์จึงถวายพระพรถามว่าพระราชสมภารมีชัยแก่ช้าศึกอีก เป็นไฉนข้าราชการทั้งปวงจึงต้องราชทัณฑ์เล่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงตรัสบอกว่า นายทัพนายกองเหล่านี้อยู่ในกระบวน ทัพโยม มักกลัวข้าศึกมากกว่าโยม ละให้แต่โยมสองคนพี่น้องฝ่า เข้าไปในท่ามกลางศึกจนได้กระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชามีชัยชะนะแล้ว จึงได้เห็นหน้ามัน นี่หากว่าบารมีของโยม หาไม่แผ่นดินจะเป็นของชาวหงสาวดีเสียแล้ว เพราะเหตุดังนี้โยมจึงให้ลงโทษ โดยพระอัยกาศึก สมเด็จพระนพรัตน์จึงถวายพระพรว่า อามาตมภาพพิเคราะห์ดูข้าราชเหล่านี้ ที่จะไม่รักไม่กลัวพระราชสมภารเจ้านั้น หามิได้ และเหตุทั้งนี้จำเป็นที่จะให้พระเกียรติยศพระราชสมภรเจ้า เป็นมหัศจรรย์ เหมือนสมเด็จพระสรรเพ็ชญ์เจ้า เมื่อพระองค์ เสด็จเหนืออปราชิตบัลลังก์ใต้ควงพระมหาโพธิ ณเพลาสายัณห์ ครั้งนั้นเทพยุเจ้ามาเฝ้าพร้อมอยู่ทั้งหมื่นจักรวาฬ และพระยาวัสดีมารยกพลาพลเสนามารมาประจญครั้งนั้น ถ้าได้เทพเจ้าเป็นบริวาร และมีชัยแก่พระยามาร ก็หาสู้เป็นมหัศจรรย์นักไม่ นี่ผะเอิญให้หมู่อมรอินทร์พรหมทั้งปวงปลาสนาการหนีไปสิ้น ยังแต่พระองค์เดียวอาจสามารถผะจญพระยามารธิราชกับพลเสนามาร ให้อับปราชัยพ่ายแพ้ได้ จึงสมเด็จพระบรมโลกนาถเจ้าได้พระนามว่า พระพิชิตมารโมลีศรีสรรเพชุดาญาณเป็นมหัศจรรย์ดาลดิเรก ทั่วอนันตโลกธาตุ เบื้องบนตราบเท้าเถิงภวัคพรหม เบื้องต่ำตลอดเถิงอโธภาคอเวจี เป็นที่สุด ก็เหมือนพระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ครั้งนี้