ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/237

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
192
 

ให้พระยาศรีไสยณรงค์ คุมไพร่ ๑๐,๐๐๐ อยู่รักษาเมืองตะนาวศรี และพระยาจักรีก็ยกพล ๓๐,๐๐๐ ขึ้นไปเมืองทะวายทางบก

ฝ่ายหลวงเทพอรชุนซึ่งเป็นแม่ทัพเรือนั้น ยกขึ้นมาเถิงตำบลบ้านการบ่อแดนเมืองทะวาย พอพบเรือสมิงบากอง สมิงพะตะบะ ยกมาแต่เมืองเมาะตะมะ เรือบรรทุก ๒๐๐ ลำ พลประมาณ ๑๐,๐๐๐ จะลงไปช่วยเมืองตะนาว ได้รบกันแต่เช้าจนเพลาเที่ยง พอคลื่นหนักก็ทอดรอยิงกันอยู่

ฝ่ายพระยาพระคลังได้เมืองทะวายแล้ว คิดว่าพระยาจักรี ตีเมืองตะนาว เมืองมฤท จะได้หรือมิได้ก็ยังไม่รู้ จึงแต่งให้ พระพิชัยสงคราม พระรามกำแหง คุมไพร่ ๕๐๐๐ บรรจุเรือรบ ๑๐๐ ลำยกไปช่วยพระยาจักรี

ขณะเมื่อพระพิชัยสงคราม พระรามคำแหง ยกออกมาพ้นปากน้ำเมืองทะวายไปแล้ว พอได้ยินเสียงปืนรบกัน จึงให้ขุนโจม จัตุรงค์กับเรือรบกองหน้า ๓ ลำลงไปสืบ ขุนโจมจัตุรงค์ก็ไปเถิงหลวงเทพอรชุน แล้วกลับขึ้นมาแจ้งราชการทุกประการ พระพิชัยสงครามพระรามกำแหง แจ้งดังนั้น ก็ตีกระหนาบเข้าไป

ฝ่ายหลวงเทพอรชุนก็ตีกระทบขึ้นมา วางปืนกำปั่นไปต้อง สมิงบากองตาย เรือสมิงพะตะบะแตก จมน้ำตายทั้งนายและไพร่ กองทัพมอญทั้งนั้นแตกกระจัดกระจาย บ้างหนีเข้าฝั่งชักใบกลับไปตายในน้ำและต้องปืนตายเป็นอันมาก ได้เรือบรรทุกเรือรบปืนใหญ่ ปืนน้อยและเครื่องสาตราวุธต่าง ๆ จับได้เป็นประมาณ ๕๐๐ เศษ