ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/243

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
198
 

แดนก็แจ้งว่าแผ่นดินเป็นของพระนเรศวร พระเจ้าแปรมิได้อยู่ใน พระราชบัญญัติพระเจ้าหงสาวดี คิดกำเริบจะเอาความชอบ ก็ยกล่วงด่านแดนเข้ามาตั้งอยู่ณตำบลสังขะลา เจ้าเมืองกาญจนบุรีรู้ข่าว ก็ตรวจตรารักษาค่ายคูประตูหอรบไว้ให้มั่นคง ก็เร่งบอกเข้าไปให้ กราบทูล

สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ทราบดังนั้น ก็ตรัสว่าจะไปเล่นตรุษเมืองละแวกสิ สงกรานต์ก็ชิงมาก่อนเล่า เราจะยกออกไปเล่นสงกรานต์กับมอญให้สนุกก่อนเถิด แล้วกำหนดให้เกณฑ์ทัพพลสกรรจ์ลำเครื่อง ๑๐๐,๐๐๐ ช้างเครื่อง ๘๐๐ ม้า ๑๑๐๐ ให้ตั้ง พิธีโขลนทวาร ตัดไม้ข่มนามตำบลลุมพลี ตั้งทัพชัยทุ่งภูเขาทอง

ครั้นณวันอาทิตย์ เดือนอ้ายขึ้น ๑๓ ค่ำ ได้เพ็ชรฤกษ์อันอุดม สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า ทรงพลายโจมจักรพาฬเป็นพระคชาธารประดับด้วยคชาภรณ์เครื่องมั่น สมเด็จเอกาทศรฐ ทรงพลายตูร นาษเป็นพระคชาธาร ประดับด้วยเครื่องคชาภรณ์เสร็จ จะยก พยุหแสนยากรทวยหาญโดยกระบวน ให้พระยาศราชเดโช ถือพล ๕๐๐๐ เป็นกองหน้า ยกไปโดยทางเมืองสุพรรณบุรี ครั้นเสด็จเถิงเมืองกาญจนบุรี เสด็จยกประทับแรม จึงมีพระราชบรรหารดำรัสพระมหาเทพ ให้ถือพลประทับ ๕๐๐๐ ไปตั้งซุ่ม อยู่ที่ริมทางทัพพระเจ้าแปรยกมา ถ้าทัพของข้าศึกแตกถอยไป ยกออกโจมตี ซ้ำเติมให้แตกฉานยับเยินจงได้ พระมหาเทพก็ยกไปซุ่มอยู่ตามรับสั่งสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็เสด็จยกพยุหยาตรา