ทัพจากเมืองกาญจนบุรีไปเถิงตำบลสังขะลา ก็ให้ตั้งค่ายประชิด แล้ว ก็ให้ทหารขึ้นไปร้องหน้าทัพนั้นว่า อ้ายมอญเหล่านี้หาเกรงพระเดชา นุภาพไม่หรือ ล่วงแดนเข้ามาใย บัดนี้พระกาฬเสด็จมาประหารชีวิตเองทั้งปวงแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็แยกทัพ ขับพระคชาธาร พร้อมด้วยทหารซ้ายหน้าหลัง ก็รุกเข้าโจมตี ฆ่าฟัน ยิงแทงพะม่ามอญแตกฉานล้มตายลงเป็นอันมาก
พระเจ้าแปรเห็นเหลือกำลังจะต่อต้านทานมิได้ก็รุดหนี ทหารกรุงเทพมหานครศรีอยุธยาก็ยกตามไป
ฝ่ายทัพพระมหาเทพซึ่ งไปซุ่มอยู่นั้น เห็นได้ทีก็ออกโจมตีแทงฟันข้าศึกตายและลำบากเกลื่อนกลาดไปตามชายป่าชายดง จนเถิงพระเจดีย์สามองค์ ก็จับได้พะม่ามอญและช้างม้าเครี่องสาตราวุธ มาถวายเป็นอันมาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็เลิกทัพกลับเข้าพระนคร
ครั้นวันพฤหัสบดี เดือน ๓ ขึ้น ๖ ค่ำ ก็ปูนบำเหน็จมุขมตรีนายทัพนายกองทั้งปวงโดยสมควร แล้วมีพระราชบริหารสั่งพระยา นครนายก พระยาปราจิน พระวิเศษ เมืองฉะเชิงเทรา พระสระบุรี ๔ หัวเมือง ให้พระยานครนายกเป็นแม่กองใหญ่ คุมพล ๑๐,๐๐๐ ออกไปตั้งค่ายขุดปลูกยุ้งฉางถ่ายน้ำลำเลียงไว้ตำบลท้ายน้ำ รักษา ไว้ให้มั่นคง อย่าให้เสียทีแก่ข้าศึกได้ ฝ่ายพระยานครนายก พระยาประจิม พระวิเศษ เมืองฉะเชิงเทรา พระสระบุรี ก็กราบถวายบังคมลาแล้วก็ไปกระทำตามพระราชบัญชาสั่งทุกประการ