ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/256

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
211
 

พระยาวงศาธิราชก็ต้องปืนใหญ่ตาย กองทัพใหญ่ได้เมืองปาสักกับสำเภาจีนลูกค้า ๑๕ ลำ สลุบฝรั่ง ๒ ลำ เรือรบเรือไล่ปืนใหญ่น้อยเครื่องสาตราเป็นอันมาก พระยาเพ็ชรบุรีก็ยกรุดตามขึ้นเถิงปากกระสัง เห็นกองทัพพระยาวังสันกับเขมรยังรบกันอยู่ พระยาเพ็ชรบุรีก็ยกตีกระหนาบเข้าไป กองทัพเขมรทานมิได้ก็แตก พระยาราชวังสันกับ พระยาเพ็ชรบุรี ๒ ทัพบรรจบกันเจ้า ก็รีบยกขึ้นตีได้เมืองจัตุรมุข แล้วยกขึ้นไปบรรจบกองทัพหลวงณเมืองละแวก

ฝ่ายกองทัพพระยานครราชสีมา ซึ่งตีเมืองนครเสียมราบฟากทะเลสาปตะวันออก ก็ยกมาตั้งค่ายมั่นกะพงสวาย พร้อมกันกับ กองทัพเรือพระยาเพ็ชรบุรี พระยาราชวังสัน พระยานครราชสีมา พระยาพระหลวง หัวเมือง นายกองทั้งปวงก็พากันขึ้นไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณค่ายเมืองละแวก กราบทูลซึ่งได้รบรายทาง และได้สำเภาจีน และสลุบฝรั่ง เครื่องสาตราวุธปืนใหญ่น้อย เสร็จสิ้น ทุกประการ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระโสมนัส จึงดำริการที่จะเข้าหักค่ายเมือง แล้วจึงมีพระราชโองการสั่งนายทัพ นายกองค่ายล้อมทั้งปวงให้เร่งเดินค่ายประชิดเข้าไปให้ใกล้ ห่างเมืองแต่เส้นหนึ่ง ๓๐ วา ให้ตั้งป้อมพูนดินทั้งสี่มุม มุมละ ๒ ด้าน เอา ปืนใหญ่ทัพเรือขึ้นยิงกวาดตามเชิงเทิน บรรดาประตูเมืองนั้น ก็ให้ตั้งป้อมเอาปืนใหญ่ขึ้นยิงด้วย หน้าที่ผู้ใดทหารบางอยู่นั้น ให้ กองทัพเรือกองทัพเมืองนครราชสีมา ยกมาบรรจบเร่งทำการให้แล้วพร้อมแต่ใน ๓ วัน ถ้าผู้ใดมิแล้วตามกำหนด จะตัดศีร์ษะเสีย