เข้าใต้เกย ตัดศีร์ษะเอาถาดทองรองโลหิตขึ้นไปชำระพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว พระโหราธิบดีลั่นฆ้องชัย ชีพ่อพราหมณ์เป่าสังข์ประโคมดุริยดนตรี ถวายมุธาภิเศกทรงอาเศียรภาพโดยสาตรพิธี เสร็จ เสด็จเข้าพลับพลา
รุ่งขึ้นสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ทรงเครื่องสำหรับราชรณยุทธ์เสร็จ สมเด็จพระนเศวรเป็นเจ้า ทรงม้าพระที่นั่งราชพาหนะสูง ๓ ศอกคืบ ๒ นิ้ว สมเด็จเอกาทศรฐทรงม้าพระที่นั่งพลาหก สูง ๓ ศอกคืบ พร้อมด้วยหมู่เสนางคนิกรโยธาทหาร แห่โดยกระบวน ซ้ายขวาหน้าหลังเศวตฉัตรบังพระสุริย ชุมสาย พัดโบก พัชนี มีฆ้องกลองแตรสังข์ประโคมนฤนาท พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้าไปเลียบพระนคร ครั้นเพลาชายแล้ว ๒ นาฬิกาเสด็จกลับยังค่ายหลวง มีพระราชโองการสั่งเสนาธิบดีมนตรีมุขทั้งปวงว่าบุตรภรรยาญาติวงศ์พระเจ้าละแวก และสมัครพักพวกครัวอพยพ ซึ่งจับได้ไว้มากน้อยเท่าใดให้เข้ารวมไว้ให้นายทัพนายกองหลัง คุม ล่วงไปก่อน ๗ วัน ทัพหลวงจึงจะเลิกไป ท้าวพระยาทั้งหลายรับพระราชโองการแล้ว ก็มาตรวจจัดครอบครัวพระเจ้าละแวก และไพร่พลในเมืองซึ่งได้ไว้นั้น เป็นคนอพยพ ๓๐,๐๐๐ เศษ แล้วแต่งกองหลังคุมลงไปโดยพระราชบัญชา
ครั้นกองทัพซึ่งคุมครอบครัวยกไปได้ ๗ วันแล้ว ครั้นณวันอังคารเดือน ๕ แรม ๕ ค่ำ เพลา ๑๑ ทุ่ม ๕ บาท พระบาทสมเด็จบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ทรงเครื่องอลัง