สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสได้ทรงฟัง ก็มีพระทัยเมตตาแก่พระ สุธรรมราชาพระเจ้าละแวกองค์ใหม่เป็นอันมากสั่งให้ตอบพระราช สารไปว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะได้อาฆาตจองเวรแก่ราชบุตรนัดดา นักพระสัตถาหามิได้ และซึ่งบิดาท่านเป็นไปจนเถิงการพิราลัยนั้น ก็เพื่อเวรานุเวรแต่อดีตติดตามมาให้ผลเห็นประจักษ์ และให้พระเจ้าละแวกองค์ใหม่นี้ ครอบครองไพร่ฟ้าประชาราษฎรโดยยุติธรรม ราชประเพณีพระมหากษัตราธิราชเจ้าแต่ก่อนนั้นเถิด และสั่งให้เจ้าพนักงานตอบเครื่องราชบรรณาการ และพระราชทานเสื้อผ้าเงินตรา แก่ทูตานุทูตโดยสมควร อยู่ ๓ วันทูตก็กราบถวายบังคมลาไปยัง กรุงกัมพูชาธิบดี
ครั้นเข้าเดือน ๕ ปีชวดสัมฤทธิศก (จ.ศ. ๙๕๐ พ.ศ. ๒๑๓๑) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสให้บำรุงช้างม้ารี้พลไว้ เดือน ๑๒ จะยกไป เมืองเมาะตะมะเมืองหงสาวดี ในเดือน ๕ นั้นมีหนังสือบอกพระยา ศรีไสยเข้ามาว่า ซึ่งพระเจ้าแปรผู้เป็นราชนัดดาเสียทัพกลับไปเมือง หงสาวดี พระเจ้าหงสาวดีเอาโทษถอดเสียจากที่ถานาศักดิ์ ไพร่พลรามัญซึ่งไปกับพระเจ้าแปรนั้น จับได้ใส่เล้าคลอกเสีย ที่แตกฉาน ซ่านเซ็นไปภายหลังรู้เนื้อความดังนั้น ก็กลัวตายมิได้เข้าบ้านเมือง คบกันเป็นพวกเป็นเหล่าออกอยู่ป่า แต่งข้าหลวงไปจับก็ต่อรบ และ หัวเมืองทั้งปวงนั้น เห็นว่าพระเจ้าหงสาวดีถอนพระเจ้าแปรเสีย ก็ เสียใจ พากันกระด้างกระเดื่องเป็นอันมาก และกรุงหงสาววดี เห็นจะเสียแก่มอญกบฎ